Discover Us In The Media

At GHL, we are committed to simplify and deliver solutions to create a seamless payment experience.

LATEST NEWS & ARTICLES
26 Mar 2026

เอ็นทีที เดต้า เพย์เม้นท์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) และ มาสเตอร์การ์ด เปิดตัว ADAPTIS Soundbox

เอ็นทีที เดต้า เพย์เม้นท์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) และ มาสเตอร์การ์ด  เปิดตัว ADAPTIS Soundbox โซลูชันรองรับมาตรฐาน EMV ในการรับชำระด้วยบัตรเครดิตรายแรกของไทยสำหรับธุรกิจ SME ประเด็นสำคัญ: ·      เปิดตัว ADAPTIS Soundbox ในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือระหว่าง เอ็นทีที เดต้า เพย์เม้นท์ เซอร์วิสเซส (ป...

ข้อมูลเพิ่มเติม
27 Oct 2025

เอ็นทีที เดต้า เพย์เมนท์ เซอร์วิสเซส และแอปใจดี จับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เสริมพลังให้ SMEs ไทย ด้วยโซลูชั่นการชำระเงินยุคใหม่

[กรุงเทพฯ, ประเทศไทย] –27  ตุลาคม, 2025 –   บริษัท เอ็นทีที เดต้า เพย์เมนท์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการโซลูชั่นการชำระเงินแบบครบวงจรชั้นนำ และแอปใจดี(Jaidee) ผู้ให้บริการระบบจุดขาย (POS) และโซลูชั่นบริหารระบบสมาชิกของลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื...

ข้อมูลเพิ่มเติม
27 May 2025

NTT DATA Payment Services เปิดตัว “ADAPTIS” ในประเทศไทย พลิกโฉมอนาคตแห่งโลกการค้าไปอีกขั้น

กรุงเทพฯ, 27 พฤษภาคม 2568 – NTT DATA Payment Services (เอ็นทีที เดต้า เพย์เมนท์ เซอร์วิสเซส) เปิดตัว “ADAPTIS” (อะแดปทีส) โซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจรใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย ADAPTIS ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการยกระดับบริการด้านการชำระเงินของ NTT DATA Payment Services ในระดับภูมิภา...

ข้อมูลเพิ่มเติม

SHOWING 9 NEWS OUT OF 30
6 Sep 2024

Offline Payment คืออะไร เพิ่มความสะดวกให้ร้านค้าหรือธุรกิจของคุณยังไง

ในยุคสังคมไร้เงินสดอย่างปัจจุบันนี้  การชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆที่ผู้บริโภคนิยมใช้ในการชำระเงินก็จะเป็นการสแกน QR Code หรือใช้บัตรเครดิต ซึ่งเป็นการจ่ายที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย   GHL ซึ่งเป็นผู้นำด้านระบบรับชำระเงินในภูมิภาคอาเซียนก็มีความพร้อมให้บริการแก่ร้านค้าเพื่อรองรับการชำระเงินแบบดิจิทัลนี้ ที่โดยทั่วไปเรียกว่า Offline Payment  ซึ่งจะเน้นในเรื่องของความหลายหลายและปลอดภัย จึงเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินที่คนทำธุรกิจจำเป็นต้องรู้จัก เพื่อจะได้นำไปพัฒนาบริการรับชำระเงินให้เหมาะสมและทันยุคทันสมัยยิ่งขึ้น  เรามาทำความรู้จักบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์จาก GHL ไปพร้อมกันได้ในบทความนี้    ระบบ Offline Payment ของ GHL มีแบบใดบ้าง ?    o    เครื่องรูดบัตร EDC All In One เป็นเครื่องรับชำระเงินที่มีจุดเด่นตรงสามารถรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ ไม่ว่าจะเป็นการเสียบบัตรหรือแตะบัตรแบบ contactless    o    การเชื่อมต่อระบบ Smart API  เป็นการเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินโดยตรงกับตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine), Parking, Self-Service Kiosk Machine, หรือเครื่องคิดเงิน POS เป็นต้น  o    QR Payment on Line Official Account เป็นระบบรับชำระเงินโดยใช้แอปพลิเคชั่น Line บนโทรศัพท์มือถือ      เครื่องรูดบัตรของ GHL ชำระเงินได้ครอบคลุม รองรับการใช้จ่ายของลูกค้า    GHL ยกระดับการบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ (Offline Payment) ให้เป็นมาตรฐานชั้นนำระดับภูมิภาคอาเซียน โดยให้บริการครอบคลุมทุกการชำระเงินของลูกค้าที่มีหลากหลายช่องทาง ดังนี้   1.   Smart EDC All-in-One Solutionเครื่องรูดบัตร EDC ที่สามารถรองรับวิธีชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ทำรายการโดยการรูดบัตร เสียบบัตรและแตะบัตร มีหน้าจอใหญ่สำหรับแสดง QR Code และมีกล้องสำหรับสแกน QR Code  ใช้งานง่าย สะดวกและปลอดภัย สามารถรับชำระได้หลายช่องทาง ได้แก่   o    บัตร Credit และบัตร Debit     o    Thai QR (พร้อมเพย์) o    E-Wallet ต่างๆ เช่น Alipay, Alipay+, True Money, Line Pay, ShopeePay   o    แบ่งชำระได้ด้วยบัตรเครดิตธนาคารต่างๆ เช่น กสิกร, กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, กรุงศรีอยุธยา, กรุงไทย, ทหารไทยธนชาต เป็นต้น   2.   Smart API Integration Solutions       การเชื่อมต่อระบบแบบ API เป็นการเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินของ GHL โดยตรงกับอุปกรณ์ของร้านค้า เช่น เชื่อมต่อกับเครื่องบันทึกการขาย (POS), ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine), จุดจอดรถ (Parking Machine), เครื่องสั่งสินค้าอัตโนมัติ (Self-Service Kiosk) เป็นต้น  ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบเพื่อรับชำระเงินแบบสแกน QR ได้หลายช่องทาง ได้แก่  o    บัตรเครดิตแบบ QR    o    Thai QR (พร้อมเพย์) o    E-Wallet เช่น Alipay, Alipay+, True Money, Line Pay, ShopeePay 3.   QR Payment on Line Official Account       เป็นระบบรับชำระเงินที่ GHL พัฒนาขึ้นโดยใช้แอปพลิเคชั่น Line บนโทรศัพท์มือถือ ในการรับชำระจากลูกค้า  สะดวกและเหมาะกับร้านค้าขนาดเล็กที่เน้นการรับชำระแบบสแกน QR  โดยร้านค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองในการลงทะเบียนและใช้ GHL Line Official Account รับชำระเงิน สะดวก ปลอดภัย ตรวจสอบได้    ธุรกิจหรือร้านค้าแบบไหน ที่เหมาะกับการชำระเงินแบบ Offline payment    บริการ Offline Payment จาก GHL สามารถรองรับการใช้งานจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ร้านค้าสามารถเลือกใช้บริการของ GHL ได้ตรงตามความต้องการ ตามประเภทและขนาดของธุรกิจนั้นๆ  โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจและร้านค้าที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบการชำระเงิน การเลือกใช้ระบบรับชำระเงินที่ได้มาตรฐานอย่าง GHL จะช่วยสร้างความสะดวกสบาย และปลอดภัยทุกครั้งของการรับชำระเงินหากสนใจบริการของเรา สามารถพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้โทร. 0-2440-0111คลิก https://th.nttdatapay.com/contact  

6 Sep 2024

Offline Payment คืออะไร เพิ่มความสะดวกให้ร้านค้าหรือธุรกิจของคุณยังไง

ในยุคสังคมไร้เงินสดอย่างปัจจุบันนี้  การชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆที่ผู้บริโภคนิยมใช้ในการชำระเงินก็จะเป็นการสแกน QR Code หรือใช้บัตรเครดิต ซึ่งเป็นการจ่ายที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย   GHL ซึ่งเป็นผู้นำด้านระบบรับชำระเงินในภูมิภาคอาเซียนก็มีความพร้อมให้บริการแก่ร้านค้าเพื่อรองรับการชำระเงินแบบดิจิทัลนี้ ที่โดยทั่วไปเรียกว่า Offline Payment  ซึ่งจะเน้นในเรื่องของความหลายหลายและปลอดภัย จึงเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินที่คนทำธุรกิจจำเป็นต้องรู้จัก เพื่อจะได้นำไปพัฒนาบริการรับชำระเงินให้เหมาะสมและทันยุคทันสมัยยิ่งขึ้น  เรามาทำความรู้จักบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์จาก GHL ไปพร้อมกันได้ในบทความนี้    ระบบ Offline Payment ของ GHL มีแบบใดบ้าง ?    o    เครื่องรูดบัตร EDC All In One เป็นเครื่องรับชำระเงินที่มีจุดเด่นตรงสามารถรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ ไม่ว่าจะเป็นการเสียบบัตรหรือแตะบัตรแบบ contactless    o    การเชื่อมต่อระบบ Smart API  เป็นการเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินโดยตรงกับตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine), Parking, Self-Service Kiosk Machine, หรือเครื่องคิดเงิน POS เป็นต้น  o    QR Payment on Line Official Account เป็นระบบรับชำระเงินโดยใช้แอปพลิเคชั่น Line บนโทรศัพท์มือถือ      เครื่องรูดบัตรของ GHL ชำระเงินได้ครอบคลุม รองรับการใช้จ่ายของลูกค้า    GHL ยกระดับการบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ (Offline Payment) ให้เป็นมาตรฐานชั้นนำระดับภูมิภาคอาเซียน โดยให้บริการครอบคลุมทุกการชำระเงินของลูกค้าที่มีหลากหลายช่องทาง ดังนี้   1.   Smart EDC All-in-One Solutionเครื่องรูดบัตร EDC ที่สามารถรองรับวิธีชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ทำรายการโดยการรูดบัตร เสียบบัตรและแตะบัตร มีหน้าจอใหญ่สำหรับแสดง QR Code และมีกล้องสำหรับสแกน QR Code  ใช้งานง่าย สะดวกและปลอดภัย สามารถรับชำระได้หลายช่องทาง ได้แก่   o    บัตร Credit และบัตร Debit     o    Thai QR (พร้อมเพย์) o    E-Wallet ต่างๆ เช่น Alipay, Alipay+, True Money, Line Pay, ShopeePay   o    แบ่งชำระได้ด้วยบัตรเครดิตธนาคารต่างๆ เช่น กสิกร, กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, กรุงศรีอยุธยา, กรุงไทย, ทหารไทยธนชาต เป็นต้น   2.   Smart API Integration Solutions       การเชื่อมต่อระบบแบบ API เป็นการเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินของ GHL โดยตรงกับอุปกรณ์ของร้านค้า เช่น เชื่อมต่อกับเครื่องบันทึกการขาย (POS), ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine), จุดจอดรถ (Parking Machine), เครื่องสั่งสินค้าอัตโนมัติ (Self-Service Kiosk) เป็นต้น  ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบเพื่อรับชำระเงินแบบสแกน QR ได้หลายช่องทาง ได้แก่  o    บัตรเครดิตแบบ QR    o    Thai QR (พร้อมเพย์) o    E-Wallet เช่น Alipay, Alipay+, True Money, Line Pay, ShopeePay 3.   QR Payment on Line Official Account       เป็นระบบรับชำระเงินที่ GHL พัฒนาขึ้นโดยใช้แอปพลิเคชั่น Line บนโทรศัพท์มือถือ ในการรับชำระจากลูกค้า  สะดวกและเหมาะกับร้านค้าขนาดเล็กที่เน้นการรับชำระแบบสแกน QR  โดยร้านค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองในการลงทะเบียนและใช้ GHL Line Official Account รับชำระเงิน สะดวก ปลอดภัย ตรวจสอบได้    ธุรกิจหรือร้านค้าแบบไหน ที่เหมาะกับการชำระเงินแบบ Offline payment    บริการ Offline Payment จาก GHL สามารถรองรับการใช้งานจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ร้านค้าสามารถเลือกใช้บริการของ GHL ได้ตรงตามความต้องการ ตามประเภทและขนาดของธุรกิจนั้นๆ  โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจและร้านค้าที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบการชำระเงิน การเลือกใช้ระบบรับชำระเงินที่ได้มาตรฐานอย่าง GHL จะช่วยสร้างความสะดวกสบาย และปลอดภัยทุกครั้งของการรับชำระเงินหากสนใจบริการของเรา สามารถพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้โทร. 0-2440-0111คลิก https://th.nttdatapay.com/contact  

30 Aug 2024

พาส่องข้อดีของเครื่องรูดบัตร GHL ที่พร้อมเพิ่มยอดขายให้ทุกธุรกิจแบบง่ายๆ

หลังผ่านช่วงโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจถดถอยเป็นเวลานาน ผู้ประกอบการหลายรายต่างก็หาวิธีการกระตุ้นยอดขายหรือเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าหรือบริการของตนเอง อีกทั้งยังต้องปรับตัวกับยุคสังคมไร้เงินสดที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกใช้การโอนเงินหรือรูดบัตรเครดิตแทนการจ่ายด้วยเงินสด ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสะดวกสบายมากขึ้นในยุคดิจิทัลแบบนี้ ก็คือ เครื่องรูดบัตร EDC หรือเครื่องรับจ่ายเงินครบวงจรที่รองรับทั้งการรูดบัตรเดบิต, บัตรเครดิต และ การสแกนจ่ายด้วย QR Code เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เห็นถึงข้อดีของเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL ที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจของคุณให้เติบโตมากขึ้น เราจึงรวบรวมจุดเด่นต่างๆของเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL มาไว้ให้แล้วในบทความนี้   ความสำคัญของเครื่องรูดบัตร EDC   เครื่อง EDC เป็นอุปกรณ์ที่เข้ามามีบทบาทกับร้านค้าและธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้ผู้คนสามารถเลือกใช้จ่ายได้ง่ายๆโดยไม่ต้องใช้เงินสด เพราะในปัจจุบันคนส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งของต่างๆ โดยเฉพาะเงินสด จึงทำให้การชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตร EDC ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านค้าและธุรกิจอีกด้วย     ข้อดีของเครื่องรูดบัตร EDC GHL มีอะไรบ้าง    นอกจากช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับธุรกิจแล้ว เครื่องรูดบัตร EDC ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณมีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย     1.   สะดวกสบายด้วยบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน    เครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL สามารถรองรับเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสามารถจัดการกับกระแสเงินสดด้วยระบบการโอนเงินเป็นรายวัน และยังมีอีเมลสรุปรายงานการการขายให้ทุกวัน  ทำให้สามารถเห็นข้อมูลยอดขายในแต่ละวันได้ทันที โดยจะถูกสรุปมาในรูปแบบของ File Excel ทำให้สะดวกสบายต่อการสรุปยอดประจำวัน วิเคราะห์ข้อมูลการขาย และคิดค้นโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อต่อยอดกการขายในอนาคตได้    2.   เพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้น    ข้อดีต่อมาของเครื่องรูดบัตร EDC GHL คือ สามารถรองรับการชำระด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิตทั้งในและต่างประเทศทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบัตร Visa, MasterCard, JCB, Union Pay, Amex รวมถึงการชำระด้วยการสแกน QR Code (Thai QR/PromptPay) และ E-Wallets ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น True Money Wallet, Line Pay, Shopee Pay รวมทั้ง Alipay และ Alipay Plus ที่สามารถรองรับการรับชำระเงินจาก E-Wallets ของประเทศต่างๆ เช่น จีน สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ  เพื่อช่วยตอบโจทย์ให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวให้สามารถรองรับดิจิทัลเพย์เมนต์ที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง   ทำให้คุณสามารถกระตุ้นยอดขายได้ดีกว่าเพราะสามารถรองรับการชำระได้ทุกรูปแบบนั่นเอง    3.   ปลดล็อกขีดจำกัดในการผ่อนชำระ    เครื่องรูดบัตรส่วนใหญ่จะรองรับการผ่อนชำระจากบัตรเครดิตของธนาคาร 1 ธนาคาร ต่อ 1 เครื่องเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ธุรกิจต่างๆ จะมีเครื่องรูดบัตรที่สามารถผ่อนชำระได้เกือบครบทุกธนาคารในเครื่องเดียว ซึ่งข้อดีของเครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL ก็คือสามารถให้บริการแบบ All-in-One Solutions ที่รองรับการผ่อนชำระจากบัตรเครดิตของธนาคารในประเทศไทยได้ถึง 6 ธนาคารในเครื่องเดียว ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย, ทหารไทยธนชาต และกรุงศรีอยุธยา ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรับเงินได้ง่ายขึ้น ประหยัดเวลาการขอบริการเครื่องรูดบัตรและประหยัดพื้นที่ในการวางเครื่องรูดบัตรอีกด้วย    4.   ลดข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในการชำระเงิน    เครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL จะมีระบบบันทึกข้อมูลอัตโนมัติเมื่อมีการชำระสินค้าหรือบริการ ให้คุณสามารถตรวจสอบรายการได้จากเครื่องรูดบัตร EDC โดยที่ไม่ต้องทำการล็อกอินเพื่อตรวจสอบบนเว็บไซต์ ที่สำคัญยังสามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้อีกด้วย   5.   ตรวจสอบยอดธุรกรรมได้ง่าย    อีกหนึ่งจุดเด่นของเครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL ก็คือ การรวมเอาระบบการชำระเงินทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียว รวมทั้งการผ่อนชำระหลายธนาคาร  โดย GHL จะทำรายงานสรุปรายการทุกประเภทอยู่ในไฟล์เดียว ทำให้ร้านค้าไม่ต้องเสียเวลาในการเข้าตรวจสอบรายงานหลายๆที่ ช่วยลดเวลาการทำงานที่ซับซ้อนให้กับลูกค้า ตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วกว่า  หากมีข้อสงสัยก็สามารถติดต่อฝ่ายบริการร้านค้าของ GHL ซึ่งให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงได้ทันที    6.   เครื่องมีความทันสมัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย EMV    เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยที่ผ่านเกณฑ์ EMV Security ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของสมาร์ทการ์ดระดับโลกอีกด้วย        ทั้งหมดนี้คือข้อดีของเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL ที่เรารวบรวมมาฝาก เพื่อให้เจ้าของธุรกิจสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า เครื่องรูดบัตร EDC นั้นมีความสำคัญต่อธุรกิจของเราอย่างไร และช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของเราเติบโตขึ้นได้อย่างไร หากเจ้าของธุรกิจท่านใดสนใจเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL และต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อฝ่ายบริการร้านค้าได้ที่ โทร 0-2440-0111 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ghl.com.  หรือคลิก https://th.nttdatapay.com/contact และลงทะเบียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับและให้ข้อมูลพร้อมคำแนะนำที่ตรงกับธุรกิจของคุณ  

30 Aug 2024

พาส่องข้อดีของเครื่องรูดบัตร GHL ที่พร้อมเพิ่มยอดขายให้ทุกธุรกิจแบบง่ายๆ

หลังผ่านช่วงโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจถดถอยเป็นเวลานาน ผู้ประกอบการหลายรายต่างก็หาวิธีการกระตุ้นยอดขายหรือเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าหรือบริการของตนเอง อีกทั้งยังต้องปรับตัวกับยุคสังคมไร้เงินสดที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกใช้การโอนเงินหรือรูดบัตรเครดิตแทนการจ่ายด้วยเงินสด ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสะดวกสบายมากขึ้นในยุคดิจิทัลแบบนี้ ก็คือ เครื่องรูดบัตร EDC หรือเครื่องรับจ่ายเงินครบวงจรที่รองรับทั้งการรูดบัตรเดบิต, บัตรเครดิต และ การสแกนจ่ายด้วย QR Code เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เห็นถึงข้อดีของเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL ที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจของคุณให้เติบโตมากขึ้น เราจึงรวบรวมจุดเด่นต่างๆของเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL มาไว้ให้แล้วในบทความนี้   ความสำคัญของเครื่องรูดบัตร EDC   เครื่อง EDC เป็นอุปกรณ์ที่เข้ามามีบทบาทกับร้านค้าและธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้ผู้คนสามารถเลือกใช้จ่ายได้ง่ายๆโดยไม่ต้องใช้เงินสด เพราะในปัจจุบันคนส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งของต่างๆ โดยเฉพาะเงินสด จึงทำให้การชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตร EDC ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านค้าและธุรกิจอีกด้วย     ข้อดีของเครื่องรูดบัตร EDC GHL มีอะไรบ้าง    นอกจากช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับธุรกิจแล้ว เครื่องรูดบัตร EDC ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณมีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย     1.   สะดวกสบายด้วยบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน    เครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL สามารถรองรับเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสามารถจัดการกับกระแสเงินสดด้วยระบบการโอนเงินเป็นรายวัน และยังมีอีเมลสรุปรายงานการการขายให้ทุกวัน  ทำให้สามารถเห็นข้อมูลยอดขายในแต่ละวันได้ทันที โดยจะถูกสรุปมาในรูปแบบของ File Excel ทำให้สะดวกสบายต่อการสรุปยอดประจำวัน วิเคราะห์ข้อมูลการขาย และคิดค้นโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อต่อยอดกการขายในอนาคตได้    2.   เพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้น    ข้อดีต่อมาของเครื่องรูดบัตร EDC GHL คือ สามารถรองรับการชำระด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิตทั้งในและต่างประเทศทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบัตร Visa, MasterCard, JCB, Union Pay, Amex รวมถึงการชำระด้วยการสแกน QR Code (Thai QR/PromptPay) และ E-Wallets ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น True Money Wallet, Line Pay, Shopee Pay รวมทั้ง Alipay และ Alipay Plus ที่สามารถรองรับการรับชำระเงินจาก E-Wallets ของประเทศต่างๆ เช่น จีน สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ  เพื่อช่วยตอบโจทย์ให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวให้สามารถรองรับดิจิทัลเพย์เมนต์ที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง   ทำให้คุณสามารถกระตุ้นยอดขายได้ดีกว่าเพราะสามารถรองรับการชำระได้ทุกรูปแบบนั่นเอง    3.   ปลดล็อกขีดจำกัดในการผ่อนชำระ    เครื่องรูดบัตรส่วนใหญ่จะรองรับการผ่อนชำระจากบัตรเครดิตของธนาคาร 1 ธนาคาร ต่อ 1 เครื่องเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ธุรกิจต่างๆ จะมีเครื่องรูดบัตรที่สามารถผ่อนชำระได้เกือบครบทุกธนาคารในเครื่องเดียว ซึ่งข้อดีของเครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL ก็คือสามารถให้บริการแบบ All-in-One Solutions ที่รองรับการผ่อนชำระจากบัตรเครดิตของธนาคารในประเทศไทยได้ถึง 6 ธนาคารในเครื่องเดียว ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย, ทหารไทยธนชาต และกรุงศรีอยุธยา ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรับเงินได้ง่ายขึ้น ประหยัดเวลาการขอบริการเครื่องรูดบัตรและประหยัดพื้นที่ในการวางเครื่องรูดบัตรอีกด้วย    4.   ลดข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในการชำระเงิน    เครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL จะมีระบบบันทึกข้อมูลอัตโนมัติเมื่อมีการชำระสินค้าหรือบริการ ให้คุณสามารถตรวจสอบรายการได้จากเครื่องรูดบัตร EDC โดยที่ไม่ต้องทำการล็อกอินเพื่อตรวจสอบบนเว็บไซต์ ที่สำคัญยังสามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้อีกด้วย   5.   ตรวจสอบยอดธุรกรรมได้ง่าย    อีกหนึ่งจุดเด่นของเครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL ก็คือ การรวมเอาระบบการชำระเงินทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียว รวมทั้งการผ่อนชำระหลายธนาคาร  โดย GHL จะทำรายงานสรุปรายการทุกประเภทอยู่ในไฟล์เดียว ทำให้ร้านค้าไม่ต้องเสียเวลาในการเข้าตรวจสอบรายงานหลายๆที่ ช่วยลดเวลาการทำงานที่ซับซ้อนให้กับลูกค้า ตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วกว่า  หากมีข้อสงสัยก็สามารถติดต่อฝ่ายบริการร้านค้าของ GHL ซึ่งให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงได้ทันที    6.   เครื่องมีความทันสมัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย EMV    เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยที่ผ่านเกณฑ์ EMV Security ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของสมาร์ทการ์ดระดับโลกอีกด้วย        ทั้งหมดนี้คือข้อดีของเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL ที่เรารวบรวมมาฝาก เพื่อให้เจ้าของธุรกิจสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า เครื่องรูดบัตร EDC นั้นมีความสำคัญต่อธุรกิจของเราอย่างไร และช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของเราเติบโตขึ้นได้อย่างไร หากเจ้าของธุรกิจท่านใดสนใจเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL และต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อฝ่ายบริการร้านค้าได้ที่ โทร 0-2440-0111 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ghl.com.  หรือคลิก https://th.nttdatapay.com/contact และลงทะเบียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับและให้ข้อมูลพร้อมคำแนะนำที่ตรงกับธุรกิจของคุณ  

28 Aug 2024

ทำความรู้จัก EDC คืออะไร ? ทำไมถึงช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ

การชำระเงินผ่าน Internet Banking, Mobile Banking หรือการรูดบัตรเครดิตในปัจจุบันได้เข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก จนอาจเรียกได้ว่าสังคมยุคนี้เป็น “สังคมไร้เงินสด” หรือ “Cashless Society” กันมากขึ้น และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กับสังคมไร้เงินสดนี้ คือเครื่องรูดบัตร EDC ที่เราคุ้นเคยกันดีกับหน้าตาของเครื่องที่จะเห็นได้ตามร้านค้า ร้านอาหาร และสถานประกอบการทั่วไป รวมถึงหน่วยงานราชการหลายแห่งก็เริ่มมีบริการรองรับเครื่องรูดบัตร EDC กันมากขึ้น  และเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับเครื่องรูดบัตร EDC มากขึ้น วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเครื่องรูดบัตร EDC กันว่าคืออะไร? และตอบโจทย์อย่างไรกับร้านค้าและลูกค้าในยุคสังคมไร้เงินสดแบบนี้    เครื่องรูดบัตร EDC คืออะไร EDC (Electronic Data Capture) เป็นเครื่องรับชำระเงินที่เดิมใช้รองรับการชำระด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิต แต่ปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้รองรับการจ่ายเงินผ่านทาง QR Code ได้อีกด้วย ซึ่งการทำงานของเครื่องรูดบัตร EDC นั้นจะทำหน้าที่รับชำระเงินจากลูกค้าในรูปแบบต่างๆ บันทึกการรับชำระและส่งรายการรับชำระนั้นๆเข้าระบบ เพื่อให้ผู้ให้บริการเครื่อง EDC สรุปยอดทำรายงานและโอนเงินให้ร้านค้าเข้าทางบัญชีธนาคารที่ร้านค้าได้ลงทะเบียนไว้  ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยทั้งคนโอนและคนรับโอน ตรวจสอบง่าย ลดความผิดพลาดในการรับชำระเงิน เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง  เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL สามารถใช้รับชำระเงินด้วยรูปแบบต่างๆมากมาย ช่วยให้ธุรกิจมีความสะดวกสบาย เพิ่มโอกาสการขายให้ร้านค้า โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลายหลาย ดังนี้:   o    สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและเดบิต ไม่ว่าจะเป็น Visa, Mastercard, JCB, Amex, Unionpay เป็นต้น  o    สามารถรองรับการชำระเงินของลูกค้า/นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ เป็นต้น ด้วยการจ่ายผ่าน  Alipay และ Alipay Plus .  o    สามารถรองรับการชำระเงินด้วยการสแกนจ่ายผ่าน QR Code (QR พร้อมเพย์) ของทุกธนาคาร  o    สามารถรับชำระด้วย E-Wallets ต่างๆ เช่น True Money Wallet, Shopee Pay, Line Pay เป็นต้น  o    สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบัตรในรูปแบบ Contactless  เพื่อลดการสัมผัส    o    สามารถรับผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตของธนาคารได้ถึง 6 ธนาคารในเครื่องเดียว ประหยัดพื้นที่ในการวางเครื่อง และประหยัดเวลาในการสมัครขอใช้เครื่อง  o    สามารถดูสรุปยอดการทำรายการ โดยแยกเป็นประเภทของการชำระเงินในแต่ละวันเพื่อตรวจสอบได้  นอกจากนี้ GHL ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการร้านค้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องรูดบัตร EDC ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยอยากขอใช้บริการเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL ต้องทำอย่างไร  หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มยอดขายด้วยการใช้เครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับธุรกิจของคุณ สามารถทำตามขั้นตอนดังนี้  1.   ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจติดต่อขอใบสมัครใช้บริการเครื่อง EDC ของ GHL ได้ที่ฝ่ายบริการร้านค้า โทร 0-2440-0111 หรือที่อีเมล th_callcenter@ghl.com  หรือแจ้งข้อมูลของคุณเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้ที่ https://th.nttdatapay.com/contact  2.   กรอกเอกสารสมัครขอใช้บริการเครื่องรูดบัตร EDC และจัดเตรียมเอกสารประกอบต่างๆ เช่น หนังสือรับรองบริษัท หรือธุรกิจ หรือสำเนาทะเบียนพาณิชย์, สำเนาบัตรประประชาชนของกรรมการบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจ เป็นต้น เพื่อทำการยื่นพร้อมใบสมัครขอใช้บริการเครื่องรูดบัตร EDC 3.   GHL จะทำการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลธุรกิจเพื่ออนุมัติการให้บริการ และจะส่งพนักงานเข้าไปติดตั้งเครื่องรูดบัตร EDC พร้อมกับแนะนำวิธีการใช้งานให้กับผู้ประกอบการภายใน 5-10 วันทำการ     จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการขอเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถมีเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับธุรกิจของคุณได้แล้ว   ข้อจำกัดของเครื่องรูดบัตร EDC ที่ควรรู้   สำหรับข้อจำกัดของเครื่อง EDC ที่ผู้ประกอบการร้านค้าส่วนใหญ่พบเจอก็คือ เครื่องรูดบัตร EDC ทั่วไปจะรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต 1 ใบ ต่อ 1 ธนาคารเท่านั้น และจะรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code หรือวอลเล็ตต่างๆ เพียงบางประเภทเท่านั้น  แต่ข้อจำกัดเหล่านี้จะหมดไปด้วยการใช้เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลของเครื่อง EDC ที่เรารวบรวมมาฝาก จะเห็นได้ว่าเครื่องรูดบัตร EDC เป็นตัวช่วยที่เข้ามาช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตมากขึ้น ปลดล็อกข้อจำกัดในการชำระสินค้าและบริการ แถมยังปลอดภัยกว่าเงินสดด้วย ที่สำคัญยังช่วยลดขั้นตอนการสรุปยอดบัญชีในแต่ละวัน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบยอดขายและวางแผนกระตุ้นยอดขายสินค้าและบริการในอนาคตได้อย่างตรงจุดอีกด้วย สำหรับใครที่มองหาเครื่องรูดบัตร EDC ที่พร้อมตอบโจทย์กับธุรกิจยุคใหม่อยู่ เราขอแนะนำเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL ที่ครบจบในที่เดียว ที่รองรับทุกระบบการชำระเงินไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิต การชำระเงินด้วย QR Code และอีวอลเล็ตต่างๆ อีกทั้งยังมีการจัดทำสรุปข้อมูลใน Excel File ให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาโอกาสเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าและบริการของตนเองอยู่ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องรูดบัตร EDC ได้ที่ www.ghl.com.   

28 Aug 2024

ทำความรู้จัก EDC คืออะไร ? ทำไมถึงช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ

การชำระเงินผ่าน Internet Banking, Mobile Banking หรือการรูดบัตรเครดิตในปัจจุบันได้เข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก จนอาจเรียกได้ว่าสังคมยุคนี้เป็น “สังคมไร้เงินสด” หรือ “Cashless Society” กันมากขึ้น และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กับสังคมไร้เงินสดนี้ คือเครื่องรูดบัตร EDC ที่เราคุ้นเคยกันดีกับหน้าตาของเครื่องที่จะเห็นได้ตามร้านค้า ร้านอาหาร และสถานประกอบการทั่วไป รวมถึงหน่วยงานราชการหลายแห่งก็เริ่มมีบริการรองรับเครื่องรูดบัตร EDC กันมากขึ้น  และเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับเครื่องรูดบัตร EDC มากขึ้น วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเครื่องรูดบัตร EDC กันว่าคืออะไร? และตอบโจทย์อย่างไรกับร้านค้าและลูกค้าในยุคสังคมไร้เงินสดแบบนี้    เครื่องรูดบัตร EDC คืออะไร EDC (Electronic Data Capture) เป็นเครื่องรับชำระเงินที่เดิมใช้รองรับการชำระด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิต แต่ปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้รองรับการจ่ายเงินผ่านทาง QR Code ได้อีกด้วย ซึ่งการทำงานของเครื่องรูดบัตร EDC นั้นจะทำหน้าที่รับชำระเงินจากลูกค้าในรูปแบบต่างๆ บันทึกการรับชำระและส่งรายการรับชำระนั้นๆเข้าระบบ เพื่อให้ผู้ให้บริการเครื่อง EDC สรุปยอดทำรายงานและโอนเงินให้ร้านค้าเข้าทางบัญชีธนาคารที่ร้านค้าได้ลงทะเบียนไว้  ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยทั้งคนโอนและคนรับโอน ตรวจสอบง่าย ลดความผิดพลาดในการรับชำระเงิน เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง  เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL สามารถใช้รับชำระเงินด้วยรูปแบบต่างๆมากมาย ช่วยให้ธุรกิจมีความสะดวกสบาย เพิ่มโอกาสการขายให้ร้านค้า โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลายหลาย ดังนี้:   o    สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและเดบิต ไม่ว่าจะเป็น Visa, Mastercard, JCB, Amex, Unionpay เป็นต้น  o    สามารถรองรับการชำระเงินของลูกค้า/นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ เป็นต้น ด้วยการจ่ายผ่าน  Alipay และ Alipay Plus .  o    สามารถรองรับการชำระเงินด้วยการสแกนจ่ายผ่าน QR Code (QR พร้อมเพย์) ของทุกธนาคาร  o    สามารถรับชำระด้วย E-Wallets ต่างๆ เช่น True Money Wallet, Shopee Pay, Line Pay เป็นต้น  o    สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบัตรในรูปแบบ Contactless  เพื่อลดการสัมผัส    o    สามารถรับผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตของธนาคารได้ถึง 6 ธนาคารในเครื่องเดียว ประหยัดพื้นที่ในการวางเครื่อง และประหยัดเวลาในการสมัครขอใช้เครื่อง  o    สามารถดูสรุปยอดการทำรายการ โดยแยกเป็นประเภทของการชำระเงินในแต่ละวันเพื่อตรวจสอบได้  นอกจากนี้ GHL ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการร้านค้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องรูดบัตร EDC ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยอยากขอใช้บริการเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL ต้องทำอย่างไร  หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มยอดขายด้วยการใช้เครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับธุรกิจของคุณ สามารถทำตามขั้นตอนดังนี้  1.   ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจติดต่อขอใบสมัครใช้บริการเครื่อง EDC ของ GHL ได้ที่ฝ่ายบริการร้านค้า โทร 0-2440-0111 หรือที่อีเมล th_callcenter@ghl.com  หรือแจ้งข้อมูลของคุณเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้ที่ https://th.nttdatapay.com/contact  2.   กรอกเอกสารสมัครขอใช้บริการเครื่องรูดบัตร EDC และจัดเตรียมเอกสารประกอบต่างๆ เช่น หนังสือรับรองบริษัท หรือธุรกิจ หรือสำเนาทะเบียนพาณิชย์, สำเนาบัตรประประชาชนของกรรมการบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจ เป็นต้น เพื่อทำการยื่นพร้อมใบสมัครขอใช้บริการเครื่องรูดบัตร EDC 3.   GHL จะทำการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลธุรกิจเพื่ออนุมัติการให้บริการ และจะส่งพนักงานเข้าไปติดตั้งเครื่องรูดบัตร EDC พร้อมกับแนะนำวิธีการใช้งานให้กับผู้ประกอบการภายใน 5-10 วันทำการ     จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการขอเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถมีเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับธุรกิจของคุณได้แล้ว   ข้อจำกัดของเครื่องรูดบัตร EDC ที่ควรรู้   สำหรับข้อจำกัดของเครื่อง EDC ที่ผู้ประกอบการร้านค้าส่วนใหญ่พบเจอก็คือ เครื่องรูดบัตร EDC ทั่วไปจะรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต 1 ใบ ต่อ 1 ธนาคารเท่านั้น และจะรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code หรือวอลเล็ตต่างๆ เพียงบางประเภทเท่านั้น  แต่ข้อจำกัดเหล่านี้จะหมดไปด้วยการใช้เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลของเครื่อง EDC ที่เรารวบรวมมาฝาก จะเห็นได้ว่าเครื่องรูดบัตร EDC เป็นตัวช่วยที่เข้ามาช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตมากขึ้น ปลดล็อกข้อจำกัดในการชำระสินค้าและบริการ แถมยังปลอดภัยกว่าเงินสดด้วย ที่สำคัญยังช่วยลดขั้นตอนการสรุปยอดบัญชีในแต่ละวัน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบยอดขายและวางแผนกระตุ้นยอดขายสินค้าและบริการในอนาคตได้อย่างตรงจุดอีกด้วย สำหรับใครที่มองหาเครื่องรูดบัตร EDC ที่พร้อมตอบโจทย์กับธุรกิจยุคใหม่อยู่ เราขอแนะนำเครื่องรูดบัตร EDC จาก GHL ที่ครบจบในที่เดียว ที่รองรับทุกระบบการชำระเงินไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิต การชำระเงินด้วย QR Code และอีวอลเล็ตต่างๆ อีกทั้งยังมีการจัดทำสรุปข้อมูลใน Excel File ให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาโอกาสเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าและบริการของตนเองอยู่ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องรูดบัตร EDC ได้ที่ www.ghl.com.   

7 Aug 2024

ร้านค้าออนไลน์ต้องรู้! Payment Gateway มีแล้วเพิ่มยอดขายได้ยังไง ?

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีประสบการณ์การซื้อของออนไลน์มาแล้วอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าเราจะอยากได้สินค้าประเภทไหนมักจะกดค้นหาในเว็บไซต์ออนไลน์ดูก่อนใช่หรือไม่? เพราะเหตุนี้เองทำให้ Payment Gateway หรือช่องทางการชำระเงินออนไลน์ได้เกิดขึ้นมาและกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในทุกวันนี้! บทความนี้ชวนคุณมาทำความรู้จักและเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อต่อยอดธุรกิจหรือหาแนวทางพัฒนาการปิดการขายให้ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต!  ระบบ Payment Gateway คืออะไร?  Payment Gateway คือ ระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการชำระเงินแบบออนไลน์ ทำให้สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันโดยเฉพาะธุรกิจสั่งอาหารออนไลน์ เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ เว็บไซต์ E-commerce ที่สามารถชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ทั้งบัตรเครดิต,บัตรเดบิต, Mobile Banking, QR และตัวเลือกบริการการชำระเงินอื่นๆ  มากกว่านั้นยังช่วยคุณตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ให้คุณสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ลดความเสี่ยงการปฏิเสธการชำระเงินที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย  Payment Gateway มีกี่ประเภท?   ปัจจุบัน Payment Gateway มีอยู่ทั้งหมด 2 ประเภท คือ    1.   Payment Gateway แบบเชื่อมต่อกับธนาคารโดยตรง (Bank)   การชำระเงินในรูปแบบนี้มีความน่าเชื่อถือสูง แต่มีเงื่อนไขในการใช้งานค่อนข้างยุ่งยาก อาจต้องมีบัญชีเงินฝากค้ำประกันที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร โดยมีตัวอย่างการให้บริการ เช่น Merchant iPay ของธนาคารกรุงเทพ, KTC GATEWAY ของธนาคารกรุงไทย, หรือ K-Payment Gateway ของธนาคารกสิกรไทย   2.   Payment Gateway แบบเชื่อมต่อกับตัวกลางที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank)   ให้บริการโดยบริษัทที่มีระบบ payment gateway ที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับชำระเงินระหว่างร้านค้าและลูกค้า  มีรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายและมีขั้นตอนการเปิดบัญชีไม่ยุ่งยาก ระบบมีความปลอดภัยและมีเจ้าหน้าที่บริการที่คอยให้ความช่วยเหลือ เช่น PayPal, Paysbuy หรือ GHL เป็นต้น   ข้อดีของการใช้ Payment Gateway ในการทำธุรกิจ     ·    ยกระดับมาตรฐานการชำระเงินของร้านค้าให้มีมาตรฐานและการบริการที่ดีขึ้น   ·    รองรับการชำระเงินที่หลากหลายทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิต การสแกนจ่ายด้วย QR และ e-Wallet ต่างๆ รวมทั้งการผ่อนชำระ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น  ·    เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และปิดการขายได้มากขึ้น   ·    มีระบบความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น SSL (Secure Sockets Layer), PCI DSS,  Verified by VISA, หรือ MasterCard SecureCode ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีกว่า   ·    ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา ไม่ต้องเดินทางไปธนาคารหรือจุดบริการเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน     เลือกใช้บริการ Payment Gateway เจ้าไหนดี?   ระบบ Payment Gateway ถือเป็นช่องทางการชำระเงินที่ควบคู่มากับธุรกิจออนไลน์ การเลือกระบบรับชำระเงินที่มีความน่าเชื่อถือและได้มาตราฐาน จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรให้ความสำคัญอย่างมาก GHL คือตัวแทนผู้ให้บริการด้านการชำระเงินออนไลน์ที่ครอบคลุมและครบวงจร ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและมีระบบ payment gateway ที่มีระบบความปลอดภัยได้มาตราฐานสากล ให้คุณเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยบริการการรับชำระเงินที่ง่าย สะดวก และปลอดภัยกว่า     ·    เราให้บริการช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย ครอบคลุม ทุกรูปแบบของการชำระเงินและครบวงจรทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์   ·    เราคิดค่าธรรมเนียมพิเศษ หรือฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงิน   ·    เรามีฝ่ายให้คำปรึกษาบริการร้านค้าเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วตลอดการใช้งาน   ·    เราได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS Level 1 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยของระบบชำระเงินขั้นสูงสุด     ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบการชำระเงินออนไลน์ หรือ Payment Gateway ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมาก หากคุณต้องการก้าวนำคู่แข่ง และสร้างยอดขายที่่น่าพึงพอใจให้แก่ธุรกิจ การปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมการชำระเงินของของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก  เลือก GHL เป็นผู้ให้บริการระบบ Payment Gateway สำหรับร้านของคุณ  เพื่อเปิดประสบการณ์การชำระเงินที่หลากหลายให้ร้านค้าของคุณเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสนใจรับบริการและเริ่มต้นใช้งาน Payment Gateway จาก GHL สามารถพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้  โทร. 0-2440-0111 คลิก https://th.nttdatapay.com/contact  

7 Aug 2024

ร้านค้าออนไลน์ต้องรู้! Payment Gateway มีแล้วเพิ่มยอดขายได้ยังไง ?

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีประสบการณ์การซื้อของออนไลน์มาแล้วอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าเราจะอยากได้สินค้าประเภทไหนมักจะกดค้นหาในเว็บไซต์ออนไลน์ดูก่อนใช่หรือไม่? เพราะเหตุนี้เองทำให้ Payment Gateway หรือช่องทางการชำระเงินออนไลน์ได้เกิดขึ้นมาและกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในทุกวันนี้! บทความนี้ชวนคุณมาทำความรู้จักและเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อต่อยอดธุรกิจหรือหาแนวทางพัฒนาการปิดการขายให้ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต!  ระบบ Payment Gateway คืออะไร?  Payment Gateway คือ ระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการชำระเงินแบบออนไลน์ ทำให้สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันโดยเฉพาะธุรกิจสั่งอาหารออนไลน์ เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ เว็บไซต์ E-commerce ที่สามารถชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ทั้งบัตรเครดิต,บัตรเดบิต, Mobile Banking, QR และตัวเลือกบริการการชำระเงินอื่นๆ  มากกว่านั้นยังช่วยคุณตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ให้คุณสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ลดความเสี่ยงการปฏิเสธการชำระเงินที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย  Payment Gateway มีกี่ประเภท?   ปัจจุบัน Payment Gateway มีอยู่ทั้งหมด 2 ประเภท คือ    1.   Payment Gateway แบบเชื่อมต่อกับธนาคารโดยตรง (Bank)   การชำระเงินในรูปแบบนี้มีความน่าเชื่อถือสูง แต่มีเงื่อนไขในการใช้งานค่อนข้างยุ่งยาก อาจต้องมีบัญชีเงินฝากค้ำประกันที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร โดยมีตัวอย่างการให้บริการ เช่น Merchant iPay ของธนาคารกรุงเทพ, KTC GATEWAY ของธนาคารกรุงไทย, หรือ K-Payment Gateway ของธนาคารกสิกรไทย   2.   Payment Gateway แบบเชื่อมต่อกับตัวกลางที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank)   ให้บริการโดยบริษัทที่มีระบบ payment gateway ที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับชำระเงินระหว่างร้านค้าและลูกค้า  มีรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายและมีขั้นตอนการเปิดบัญชีไม่ยุ่งยาก ระบบมีความปลอดภัยและมีเจ้าหน้าที่บริการที่คอยให้ความช่วยเหลือ เช่น PayPal, Paysbuy หรือ GHL เป็นต้น   ข้อดีของการใช้ Payment Gateway ในการทำธุรกิจ     ·    ยกระดับมาตรฐานการชำระเงินของร้านค้าให้มีมาตรฐานและการบริการที่ดีขึ้น   ·    รองรับการชำระเงินที่หลากหลายทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิต การสแกนจ่ายด้วย QR และ e-Wallet ต่างๆ รวมทั้งการผ่อนชำระ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น  ·    เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และปิดการขายได้มากขึ้น   ·    มีระบบความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น SSL (Secure Sockets Layer), PCI DSS,  Verified by VISA, หรือ MasterCard SecureCode ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีกว่า   ·    ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา ไม่ต้องเดินทางไปธนาคารหรือจุดบริการเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน     เลือกใช้บริการ Payment Gateway เจ้าไหนดี?   ระบบ Payment Gateway ถือเป็นช่องทางการชำระเงินที่ควบคู่มากับธุรกิจออนไลน์ การเลือกระบบรับชำระเงินที่มีความน่าเชื่อถือและได้มาตราฐาน จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรให้ความสำคัญอย่างมาก GHL คือตัวแทนผู้ให้บริการด้านการชำระเงินออนไลน์ที่ครอบคลุมและครบวงจร ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและมีระบบ payment gateway ที่มีระบบความปลอดภัยได้มาตราฐานสากล ให้คุณเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยบริการการรับชำระเงินที่ง่าย สะดวก และปลอดภัยกว่า     ·    เราให้บริการช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย ครอบคลุม ทุกรูปแบบของการชำระเงินและครบวงจรทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์   ·    เราคิดค่าธรรมเนียมพิเศษ หรือฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงิน   ·    เรามีฝ่ายให้คำปรึกษาบริการร้านค้าเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วตลอดการใช้งาน   ·    เราได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS Level 1 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยของระบบชำระเงินขั้นสูงสุด     ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบการชำระเงินออนไลน์ หรือ Payment Gateway ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมาก หากคุณต้องการก้าวนำคู่แข่ง และสร้างยอดขายที่่น่าพึงพอใจให้แก่ธุรกิจ การปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมการชำระเงินของของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก  เลือก GHL เป็นผู้ให้บริการระบบ Payment Gateway สำหรับร้านของคุณ  เพื่อเปิดประสบการณ์การชำระเงินที่หลากหลายให้ร้านค้าของคุณเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสนใจรับบริการและเริ่มต้นใช้งาน Payment Gateway จาก GHL สามารถพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้  โทร. 0-2440-0111 คลิก https://th.nttdatapay.com/contact  

5 Aug 2024

เข้าสู่สังคมไร้เงินสดต้องรู้! ระบบ e-payment คืออะไร มีกี่แบบ?

ทุกวันนี้ทุกคนคงทราบดีว่าการโอนเงิน ชำระเงิน หรือการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ สามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมาก เพียงแค่คุณมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว!  สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่าระบบ e-payment (Electronic Payment System) นอกจากเพิ่มความสะดวกในการจับจ่ายซื้อของแล้วยังเข้ามาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของเราเป็นอย่างมากอีกด้วย ซึ่งช่องทางการชำระเงินผ่านระบบ e-payment นี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท จะมีประเภทไหนบ้าง และเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานแบบไหน เราจะมาทำความรู้จักไปพร้อมกัน e-payment คืออะไร?  ระบบ e-payment (Electronic Payment System) คือ ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานแทนการถือเงินสดได้อย่างสะดวก ช่วยให้การชำระเงินหรือโอนเงินระหว่างกันทำได้ง่าย รวดเร็ว โดยสามารถใช้งานระบบ e-payment นี้ได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ที่มีระบบอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางการเชื่อมต่อ ซึ่งผู้ให้บริการระบบ e-payment นั้นล้วนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งหมด ระบบ e-payment มีกี่ประเภท? ในปัจจุบันระบบ e-payment  ตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้   1.   เครื่องรูดบัตร EDC หรือ Electronic Data Capture เป็นเครื่องที่ร้านค้าติดตั้งเพื่อรับชำระค่าสินค้าและบริการ รองรับการชำระเงินหลายรูปแบบตามแต่ผู้ให้บริการแต่ละเจ้าจะเปิดให้บริการ โดยตัวเครื่องรูดบัตรในปัจจุบันสามารถรองรับระบบรับชำระได้ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต สแกนจ่ายด้วย QR Code หรือ E-Wallet ต่างๆ เช่น ThaiQR , Alipay, True Money, Line Pay อีกทั้งยังสามารถใช้รับผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตของธนาคารได้อีกด้วย 2.   การชำระผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Payment) บริการการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มักจะรวมเข้ากับแอปพลิเคชันของร้านค้า ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อสินค้าในแอปพลิเคชัน และชำระเงินผ่านสมาร์ตโฟนที่มีอินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยให้ตัดเงินจากบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต, จ่ายผ่านแอปฯ ธนาคาร (Mobile banking), หรือ จ่ายด้วย Thai QR หรือ ระบบ E-Wallet ต่างๆ  3.   บริการหักบัญชี (Clearing) เป็นบริการรับชำระเงินที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันคำสั่งที่จะหักเงินในบัญชีธนาคาร ตามที่ได้มีการผูกบัญชีหรือทำข้อตกลงไว้กับธนาคาร เพื่อให้เกิดความแม่นยำและรวดเร็วในการชำระเงิน 4.   บริการรับชำระเงินแทน บริการที่ให้บุคคลหรือธุรกิจสามารถชำระเงินหรือรับเงินผ่านตัวกลางที่สาม โดยไม่ต้องทำธุรกรรมโดยตรงกับผู้ขายหรือผู้ให้บริการ  5.   บริการสวิตชิ่งในการชำระเงิน (Transaction Switching)  เป็นบริการที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการ e-payment กับผู้รับบริการ e-payment รับส่งข้อมูลรายการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ให้บริการตามที่ตกลงกัน  6.   ระบบเครือข่ายบัตร (Payment Card Network)  เป็นบริการชำระเงินผ่านบัตร ATM, บัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยใช้วิธีการส่งข้อมูลการเงินของผู้ใช้ไปยังผู้ให้บริการบัตร ซึ่งยอดเงินที่ต้องชำระจะถูกหักจากบัญชีเงินฝากของผู้ถือบัตรทันที ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละบัตร เช่น บัตรเครดิตจะถูกเรียกเก็บยอดชำระที่ได้ใช้จ่ายไปตามรอบที่ตกลงกันไว้ หากไม่จ่ายก็ต้องเสียดอกเบี้ยและค่าปรับตามมา  7.   ระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)  เป็นระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์  โดยผู้ใช้งานสามารถสร้างบัญชี e-Money ขึ้นมาและเติมเงินเข้าไปในบัญชีผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อชำระค่าบริการหรือสินค้า หรือที่เรียกว่า e-Wallet เช่น e-Wallet แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถืออย่าง True Money, Alipay, เป๋าตัง หรือ Line Pay เป็นต้น  8.   ระบบการชำระดุล (Settlement)  เป็นกระบวนการรับชำระเงินที่สร้างความสะดวกในการโอนเงินหรือทรัพย์สินระหว่างฝ่ายต่างๆ ในรูปแบบการบริการชำระเงินแบบล่วงหน้า โดยจะมีการหักเงินในบัญชีของผู้ใช้เพื่อนำไปชำระแก่เจ้าหนี้แบบอัตโนมัติ เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์, การชำระเงิน และธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  ระบบ e-payment เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานประเภทไหนบ้าง?  ระบบ e-payment เป็นการชำระเงินที่มีทั้งความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา และมีระบบต่างๆ ที่สามารถเลือกใช้ได้ตรงตามความต้องการของแต่ละคน จึงเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานหลากหลาย ดังนี้    ·    ผู้ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว:  ระบบ e-payment ช่วยลดเวลาในการทำธุรกรรมการชำระเงิน และสามารถเลือกใช้บริการการเงินตามความต้องการได้อย่างหลากหลาย เช่น ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือจ่ายค่าบริการต่างๆผ่านมือถือ  ·    นักธุรกิจและผู้ประกอบการ:  ระบบ e-payment จะช่วยให้นักธุรกิจและผู้ประกอบการทำธุรกรรมการเงินได้หลากหลายช่องทาง สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น    ·    ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูง:  ระบบ e-payment มีมาตรการความปลอดภัยสูง  จึงช่วยปกป้งข้อมูลทางการเงินของคุณได้เป็นอย่างดี    จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันระบบการชำระเงินหรือการทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทยมีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น และในอนาคตระบบ e-payment มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกอย่างแน่นอน โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการและความต้องการของตลาดในแต่ละช่วง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ร่วมด้วย สนใจบริการจาก GHL สามารถพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้  โทร. 0-2440-0111 คลิก https://th.nttdatapay.com/contact  

5 Aug 2024

เข้าสู่สังคมไร้เงินสดต้องรู้! ระบบ e-payment คืออะไร มีกี่แบบ?

ทุกวันนี้ทุกคนคงทราบดีว่าการโอนเงิน ชำระเงิน หรือการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ สามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมาก เพียงแค่คุณมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว!  สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่าระบบ e-payment (Electronic Payment System) นอกจากเพิ่มความสะดวกในการจับจ่ายซื้อของแล้วยังเข้ามาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของเราเป็นอย่างมากอีกด้วย ซึ่งช่องทางการชำระเงินผ่านระบบ e-payment นี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท จะมีประเภทไหนบ้าง และเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานแบบไหน เราจะมาทำความรู้จักไปพร้อมกัน e-payment คืออะไร?  ระบบ e-payment (Electronic Payment System) คือ ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานแทนการถือเงินสดได้อย่างสะดวก ช่วยให้การชำระเงินหรือโอนเงินระหว่างกันทำได้ง่าย รวดเร็ว โดยสามารถใช้งานระบบ e-payment นี้ได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ที่มีระบบอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางการเชื่อมต่อ ซึ่งผู้ให้บริการระบบ e-payment นั้นล้วนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งหมด ระบบ e-payment มีกี่ประเภท? ในปัจจุบันระบบ e-payment  ตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้   1.   เครื่องรูดบัตร EDC หรือ Electronic Data Capture เป็นเครื่องที่ร้านค้าติดตั้งเพื่อรับชำระค่าสินค้าและบริการ รองรับการชำระเงินหลายรูปแบบตามแต่ผู้ให้บริการแต่ละเจ้าจะเปิดให้บริการ โดยตัวเครื่องรูดบัตรในปัจจุบันสามารถรองรับระบบรับชำระได้ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต สแกนจ่ายด้วย QR Code หรือ E-Wallet ต่างๆ เช่น ThaiQR , Alipay, True Money, Line Pay อีกทั้งยังสามารถใช้รับผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตของธนาคารได้อีกด้วย 2.   การชำระผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Payment) บริการการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มักจะรวมเข้ากับแอปพลิเคชันของร้านค้า ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อสินค้าในแอปพลิเคชัน และชำระเงินผ่านสมาร์ตโฟนที่มีอินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยให้ตัดเงินจากบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต, จ่ายผ่านแอปฯ ธนาคาร (Mobile banking), หรือ จ่ายด้วย Thai QR หรือ ระบบ E-Wallet ต่างๆ  3.   บริการหักบัญชี (Clearing) เป็นบริการรับชำระเงินที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันคำสั่งที่จะหักเงินในบัญชีธนาคาร ตามที่ได้มีการผูกบัญชีหรือทำข้อตกลงไว้กับธนาคาร เพื่อให้เกิดความแม่นยำและรวดเร็วในการชำระเงิน 4.   บริการรับชำระเงินแทน บริการที่ให้บุคคลหรือธุรกิจสามารถชำระเงินหรือรับเงินผ่านตัวกลางที่สาม โดยไม่ต้องทำธุรกรรมโดยตรงกับผู้ขายหรือผู้ให้บริการ  5.   บริการสวิตชิ่งในการชำระเงิน (Transaction Switching)  เป็นบริการที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการ e-payment กับผู้รับบริการ e-payment รับส่งข้อมูลรายการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ให้บริการตามที่ตกลงกัน  6.   ระบบเครือข่ายบัตร (Payment Card Network)  เป็นบริการชำระเงินผ่านบัตร ATM, บัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยใช้วิธีการส่งข้อมูลการเงินของผู้ใช้ไปยังผู้ให้บริการบัตร ซึ่งยอดเงินที่ต้องชำระจะถูกหักจากบัญชีเงินฝากของผู้ถือบัตรทันที ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละบัตร เช่น บัตรเครดิตจะถูกเรียกเก็บยอดชำระที่ได้ใช้จ่ายไปตามรอบที่ตกลงกันไว้ หากไม่จ่ายก็ต้องเสียดอกเบี้ยและค่าปรับตามมา  7.   ระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)  เป็นระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์  โดยผู้ใช้งานสามารถสร้างบัญชี e-Money ขึ้นมาและเติมเงินเข้าไปในบัญชีผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อชำระค่าบริการหรือสินค้า หรือที่เรียกว่า e-Wallet เช่น e-Wallet แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถืออย่าง True Money, Alipay, เป๋าตัง หรือ Line Pay เป็นต้น  8.   ระบบการชำระดุล (Settlement)  เป็นกระบวนการรับชำระเงินที่สร้างความสะดวกในการโอนเงินหรือทรัพย์สินระหว่างฝ่ายต่างๆ ในรูปแบบการบริการชำระเงินแบบล่วงหน้า โดยจะมีการหักเงินในบัญชีของผู้ใช้เพื่อนำไปชำระแก่เจ้าหนี้แบบอัตโนมัติ เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์, การชำระเงิน และธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  ระบบ e-payment เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานประเภทไหนบ้าง?  ระบบ e-payment เป็นการชำระเงินที่มีทั้งความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา และมีระบบต่างๆ ที่สามารถเลือกใช้ได้ตรงตามความต้องการของแต่ละคน จึงเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานหลากหลาย ดังนี้    ·    ผู้ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว:  ระบบ e-payment ช่วยลดเวลาในการทำธุรกรรมการชำระเงิน และสามารถเลือกใช้บริการการเงินตามความต้องการได้อย่างหลากหลาย เช่น ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือจ่ายค่าบริการต่างๆผ่านมือถือ  ·    นักธุรกิจและผู้ประกอบการ:  ระบบ e-payment จะช่วยให้นักธุรกิจและผู้ประกอบการทำธุรกรรมการเงินได้หลากหลายช่องทาง สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น    ·    ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูง:  ระบบ e-payment มีมาตรการความปลอดภัยสูง  จึงช่วยปกป้งข้อมูลทางการเงินของคุณได้เป็นอย่างดี    จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันระบบการชำระเงินหรือการทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทยมีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น และในอนาคตระบบ e-payment มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกอย่างแน่นอน โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการและความต้องการของตลาดในแต่ละช่วง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ร่วมด้วย สนใจบริการจาก GHL สามารถพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้  โทร. 0-2440-0111 คลิก https://th.nttdatapay.com/contact  

23 Jul 2024

ทำความรู้จัก Alipay กระเป๋าเงินออนไลน์ กับช่องทางเพิ่มยอดขายที่ร้านค้าต้องรู้

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเพิ่มยอดขาย มองหาช่องทางและการตลาดใหม่ๆ เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาซื้อของและใช้จ่ายกับร้านค้าและธุรกิจของคุณให้มากขึ้น เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับอาลีเพย์ (Alipay) แอปฯ กระเป๋าเงินออนไลน์ชื่อดังจากประเทศจีน ที่จะช่วยให้ลูกค้าชาวจีนซื้อง่าย แถมคุณก็ขายคล่องได้อีกด้วย จากการที่การท่องเที่ยวหยุดชะงักไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนปัจจุบันนี้ สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และนับตั้งแต่ปลายปี 2566 ตลอดจนต้นปี 2567 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศเนื้อหอม ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ไม่น้อย ซึ่งจากการเก็บสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าในจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดมีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคนในช่วง 2 เดือนแรกของปี ทำให้ธุรกิจและกิจการต่างๆ สามารถเติบโตขึ้นได้จากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อย และเพื่อรองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติ ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการรองรับการจ่ายด้วย E-Wallets ของประเทศต่างๆ  สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าช่องทางการชำระเงินนี้คืออะไร มีแล้วดีกับร้านค้าหรือธุรกิจคุณอย่างไร เรามาทำความรู้จักไปพร้อมกัน   อาลีเพย์ (Alipay) คืออะไร ? Alipay หรืออาลีเพย์ หรือจือฟู่เป่าในภาษาจีน เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) หรือระบบการชำระเงินออนไลน์ที่สำคัญของประเทศจีน โดยได้รับการพัฒนาจากบริษัท Ant Financial Services Group ซึ่งอยู่ในเครือของ Alibaba ตั้งแต่ปี 2004 โดยสร้างมาเพื่อความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งออนไลน์ ชำระบิล โอนเงิน จ่ายเงินผ่าน QR Code และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในปัจจุบัน Alipay มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกเลยทีเดียว  และเพื่อขยายการรองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆเพิ่มเติม จึงได้มีการพัฒนาอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) ระบบรับชำเงินใหม่ที่ถูกพัฒนาออกมาเพื่อใช้รองรับการชำระเงินจากแอปฯกระเป๋าเงินออนไลน์ของประเทศต่างๆ เช่น ฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นต้น  อาลีเพย์ Alipay กับอาลีเพย์ พลัส Alipay+ ต่างกันยังไง   o     อาลีเพย์ (Alipay) เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) พื้นฐานของคนจีนที่มีบัญชีทางการเงินอยู่ที่ประเทศจีน ใช้สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินและชำระเงิน  นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาประเทศไทยสามารถชำระเงินผ่านแอปฯอาลีเพย์ของตัวเองได้ที่ร้านค้าทุกร้านค้าที่รองรับระบบรับชำระเงิน Alipay   o    อาลีเพย์ พลัส (Alipay+) เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาเพื่อรองรับการชำระเงินของนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้สะดวกและง่ายดายมากขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ของประเทศต่างๆ  ทำให้นักท่องเที่ยวที่ใช้ e-Wallet สามารถใช้จ่ายด้วยแอปฯ e-Wallet ของตัวเองได้ที่ร้านค้าทุกร้านค้าที่รองรับระบบรับชำระเงิน Alipay+ แม้จะอยู่ในต่างประเทศ  สรุปแบบเข้าใจง่ายๆ  อาลีเพย์ (Alipay) คือแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินออนไลน์สำหรับผู้มีบัญชีทางการเงินในประเทศจีน ส่วนอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) เป็นระบบการชำระเงินที่ผูกเชื่อมแอปพลิเคชั่นกระเป๋าเงินออนไลน์ของประเทศต่างๆไว้หลากหลายประเทศ  นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนสามารถใช้จ่ายด้วยแอป Alipay ของตัวเองได้ที่ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์อาลีเพย์ (Alipay) ส่วนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สามารถใช้จ่ายด้วยแอป E-Wallet ของตัวเองได้ที่ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์อาลีเพย์ พลัส (Alipay+) ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาแลกเงินให้วุ่นวายนั่นเอง  ข้อดีที่ร้านค้าจะได้รับ หากรองรับอาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) 1.   ดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น เนื่องจากอาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) มีผู้ใช้งานมากกว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลก หากร้านค้ามีระบบและเครื่องชำระเงินที่รองรับอาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) ก็จะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวประเทศต่างๆ เข้ามาใช้จ่ายภายในร้านค้าได้มากขึ้น  2.   รองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า เนื่องด้วยอาลีเพย์ พลัส สามารถรองรับการรับชำระเงินจาก e-Wallet ของประเทศต่างๆ ได้หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ  ทำให้ร้านค้าสามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากขึ้นนั่นเอง    3.   ชำระสะดวก ง่าย ไร้พรมแดน ด้วยช่องทางการชำระเงินที่สามารถทำได้ง่ายผ่านกระเป๋าเงินออนไลน์ของประเทศตนเอง นอกจากจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าหันมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการกับเรา ยังช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องไปหาแลกเงินสด และตัดสินใจเลือกซื้อ จ่ายเงินกับร้านค้าเราได้ง่ายขึ้นมากอีกด้วย    4.   เพิ่มยอดขายได้ง่ายๆ เมื่อร้านค้าและธุรกิจของคุณสามารถตอบโจทย์การใช้จ่ายที่สะดวกสบายให้กับลูกค้าต่างชาติได้ง่ายแล้ว นั่นก็ทำให้คุณคว้าโอกาสเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าได้ไม่ยาก เป็นการเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจคุณได้อีกขั้น    เพิ่มโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้มากกว่า สมัครอาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) กับ GHL ให้ร้านค้าของคุณสะดวกสบาย ง่ายต่อการชำระสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและจากชาติต่างๆ สมัคร อาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) กับ GHL วันนี้ เพื่อช่วยให้ทุกธุรกรรมการเงินและการชำระสินค้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น  

23 Jul 2024

ทำความรู้จัก Alipay กระเป๋าเงินออนไลน์ กับช่องทางเพิ่มยอดขายที่ร้านค้าต้องรู้

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเพิ่มยอดขาย มองหาช่องทางและการตลาดใหม่ๆ เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาซื้อของและใช้จ่ายกับร้านค้าและธุรกิจของคุณให้มากขึ้น เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับอาลีเพย์ (Alipay) แอปฯ กระเป๋าเงินออนไลน์ชื่อดังจากประเทศจีน ที่จะช่วยให้ลูกค้าชาวจีนซื้อง่าย แถมคุณก็ขายคล่องได้อีกด้วย จากการที่การท่องเที่ยวหยุดชะงักไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนปัจจุบันนี้ สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และนับตั้งแต่ปลายปี 2566 ตลอดจนต้นปี 2567 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศเนื้อหอม ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ไม่น้อย ซึ่งจากการเก็บสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าในจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดมีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคนในช่วง 2 เดือนแรกของปี ทำให้ธุรกิจและกิจการต่างๆ สามารถเติบโตขึ้นได้จากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อย และเพื่อรองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติ ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการรองรับการจ่ายด้วย E-Wallets ของประเทศต่างๆ  สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าช่องทางการชำระเงินนี้คืออะไร มีแล้วดีกับร้านค้าหรือธุรกิจคุณอย่างไร เรามาทำความรู้จักไปพร้อมกัน   อาลีเพย์ (Alipay) คืออะไร ? Alipay หรืออาลีเพย์ หรือจือฟู่เป่าในภาษาจีน เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) หรือระบบการชำระเงินออนไลน์ที่สำคัญของประเทศจีน โดยได้รับการพัฒนาจากบริษัท Ant Financial Services Group ซึ่งอยู่ในเครือของ Alibaba ตั้งแต่ปี 2004 โดยสร้างมาเพื่อความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งออนไลน์ ชำระบิล โอนเงิน จ่ายเงินผ่าน QR Code และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในปัจจุบัน Alipay มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกเลยทีเดียว  และเพื่อขยายการรองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆเพิ่มเติม จึงได้มีการพัฒนาอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) ระบบรับชำเงินใหม่ที่ถูกพัฒนาออกมาเพื่อใช้รองรับการชำระเงินจากแอปฯกระเป๋าเงินออนไลน์ของประเทศต่างๆ เช่น ฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นต้น  อาลีเพย์ Alipay กับอาลีเพย์ พลัส Alipay+ ต่างกันยังไง   o     อาลีเพย์ (Alipay) เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) พื้นฐานของคนจีนที่มีบัญชีทางการเงินอยู่ที่ประเทศจีน ใช้สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินและชำระเงิน  นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาประเทศไทยสามารถชำระเงินผ่านแอปฯอาลีเพย์ของตัวเองได้ที่ร้านค้าทุกร้านค้าที่รองรับระบบรับชำระเงิน Alipay   o    อาลีเพย์ พลัส (Alipay+) เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาเพื่อรองรับการชำระเงินของนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้สะดวกและง่ายดายมากขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ของประเทศต่างๆ  ทำให้นักท่องเที่ยวที่ใช้ e-Wallet สามารถใช้จ่ายด้วยแอปฯ e-Wallet ของตัวเองได้ที่ร้านค้าทุกร้านค้าที่รองรับระบบรับชำระเงิน Alipay+ แม้จะอยู่ในต่างประเทศ  สรุปแบบเข้าใจง่ายๆ  อาลีเพย์ (Alipay) คือแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินออนไลน์สำหรับผู้มีบัญชีทางการเงินในประเทศจีน ส่วนอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) เป็นระบบการชำระเงินที่ผูกเชื่อมแอปพลิเคชั่นกระเป๋าเงินออนไลน์ของประเทศต่างๆไว้หลากหลายประเทศ  นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนสามารถใช้จ่ายด้วยแอป Alipay ของตัวเองได้ที่ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์อาลีเพย์ (Alipay) ส่วนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สามารถใช้จ่ายด้วยแอป E-Wallet ของตัวเองได้ที่ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์อาลีเพย์ พลัส (Alipay+) ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาแลกเงินให้วุ่นวายนั่นเอง  ข้อดีที่ร้านค้าจะได้รับ หากรองรับอาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) 1.   ดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น เนื่องจากอาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) มีผู้ใช้งานมากกว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลก หากร้านค้ามีระบบและเครื่องชำระเงินที่รองรับอาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) ก็จะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวประเทศต่างๆ เข้ามาใช้จ่ายภายในร้านค้าได้มากขึ้น  2.   รองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า เนื่องด้วยอาลีเพย์ พลัส สามารถรองรับการรับชำระเงินจาก e-Wallet ของประเทศต่างๆ ได้หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ  ทำให้ร้านค้าสามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากขึ้นนั่นเอง    3.   ชำระสะดวก ง่าย ไร้พรมแดน ด้วยช่องทางการชำระเงินที่สามารถทำได้ง่ายผ่านกระเป๋าเงินออนไลน์ของประเทศตนเอง นอกจากจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าหันมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการกับเรา ยังช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องไปหาแลกเงินสด และตัดสินใจเลือกซื้อ จ่ายเงินกับร้านค้าเราได้ง่ายขึ้นมากอีกด้วย    4.   เพิ่มยอดขายได้ง่ายๆ เมื่อร้านค้าและธุรกิจของคุณสามารถตอบโจทย์การใช้จ่ายที่สะดวกสบายให้กับลูกค้าต่างชาติได้ง่ายแล้ว นั่นก็ทำให้คุณคว้าโอกาสเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าได้ไม่ยาก เป็นการเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจคุณได้อีกขั้น    เพิ่มโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้มากกว่า สมัครอาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) กับ GHL ให้ร้านค้าของคุณสะดวกสบาย ง่ายต่อการชำระสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและจากชาติต่างๆ สมัคร อาลีเพย์ (Alipay) และอาลีเพย์ พลัส (Alipay+) กับ GHL วันนี้ เพื่อช่วยให้ทุกธุรกรรมการเงินและการชำระสินค้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น  

4 Jul 2024

รวมบริการธุรกรรมการเงินจาก GHL มีอะไรบ้างที่คุณควรรู้

ตั้งแต่ปี 1994 ที่ GHL ได้พัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ต้องการใช้บริการด้านธุรกรรมทางการเงินมาโดยตลอด และในปัจจุบัน GHL ยังคงเป็นผู้นำด้านการให้บริการเรื่องการรับชำระเงินในภูมิภาคอาเซียน  อีกทั้งยังเป็นผู้ให้บริการและพัฒนาระบบรับชำระเงินระดับโลก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS Level 1  ซึ่งเป็นมาตราฐานสากลขั้นสูงสุดด้านความปลอดภัยข้อมูลบัตรชำระเงิน และสามารถรองรับระบบรับชำระเงินที่ครอบคลุมและหลากหลายช่องทาง ซึ่งในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับบริการของ GHL ให้มากขึ้นว่า มีบริการอะไรบ้าง และบริหารไหนตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ เรารวมมาให้คุณแล้วที่นี่   รวมบริการระบบรับชำระจาก GHL ที่พร้อมให้บริการรับชำระเงินที่ครอบคลุมทุกช่องทาง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้   1.   บริการ Online Payment หรือ E-Payment Gateway จาก GHL เป็นบริการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการชำระเงินบนช่องทางออนไลน์ให้กับธุรกิจต่างๆ เช่น ร้านอาหารออนไลน์ เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ เว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วคอนเสิร์ต และเว็บไซต์ E-commerce ต่างๆ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลาง ซึ่งที่ GHL มีบริการด้าน Online Payment ที่มีหลากหลายฟีเจอร์และรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน ดังนี้   ·    การเชื่อมต่อระบบ Payment Gateway  กับ หน้าเว็บไซต์ของร้านค้า o    Server To Server เป็นบริการเชื่อมต่อหน้าการชำระเงินของร้านค้าที่ได้รับการรับรองมาตราฐานสากล PCI-DSS โดยร้านค้าสามารถดีไซน์หน้าเพจรับชำระเงินเองได้แล้วเชื่อมต่อกับระบบ payment gateway ของ GHL o    HOSTED PAYMENT PAGE เป็นบริการสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มี PCI-DSS  ก็สามารถรับชำระเงินออนไลน์ได้ โดยร้านค้าสามารถเชื่อมต่อกับระบบรับชำระเงินของ GHL และใช้หน้าเพจรับชำระเงินของของ GHL เพื่อรับชำระเงินได้ทันที ซึ่งเป็นหน้าเพจที่ใช้งานง่ายและรองรับการชำระเงินได้หลายรูปแบบ   ·    การเชื่อมต่อระบบ Payment Gateway กับ แอปพลิเคชันของร้านค้า สำหรับร้านค้าที่มีแอปพลิเคชันเป็นช่องทางการขาย ก็สามารถเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินของ GHL ได้เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าและชำระเงินได้ทันที สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย ·    การชำระเงินแบบกำหนดเวลา Scheduled Payment o    Recurring บริการเรียกชำระเงินตามรอบ ซึ่งจะรับชำระเงินได้โดยการตัดบัตรเครดิต หรือผ่านบัญชีเงินฝากประเภทต่างๆ เหมาะกับร้านค้าที่ต้องเรียกเก็บเงินจากลูกค้าเป็นประจำทุกๆ เดือน o    Installment บริการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต สำหรับร้านค้าและธุรกิจที่ต้องการให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระสินค้าผ่านบัตรเครดิต โดยสามารถกำหนดระยะเวลาในการผ่อนชำระได้   ·    Payment Link Service บริการสร้างและส่งลิงก์เพื่อรับชำระเงิน  บริการสร้าง payment link และส่งให้ลูกค้าทางช่องทางต่างๆ เช่น email หรือ ไลน์แชท เพื่อให้ลูกค้าคลิกชำระเงินได้ทันที เหมาะสำหรับร้านค้าที่ไม่มีหน้าเพจเวบไซด์ ก็สามารถรับชำระเงินออนไลน์ได้  และยังสามารถตั้งเวลาในการส่ง link รับชำระเงินไปยังอีเมลของลูกค้าหลายๆเมลพร้อมกันได้อีกด้วย ·    Buy Now Button บริการสร้างปุ่มชำระเงินด่วน เป็นการสร้างปุ่มสั่งซื้อสินค้า โดยเมื่อลูกค้ากดปุ่ม ระบบจะพาไปยังหน้าชำระเงินทันที เหมาะสำหรับร้านค้าที่มีสินค้าชิ้นเดียวที่ไม่จำเป็นต้องสร้างตะกร้าสินค้า หรือ ร้านค้าที่มีสินค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษที่ต้องการกระตุ้นการซื้อทันที   ·    Dashboard รายงานพร้อมวิเคราะห์ข้อมูล ร้านค้าสามารถล็อกอินเข้าดูข้อมูลรายการรับชำระเงิน (Transaction Report) และสถิติต่างๆ เชิงลึกแบบเรียลไทม์ และย้อนหลังได้  โดยระบบหลังบ้านนี้สามารถตั้งค่าให้แต่ละ user เข้ามาดูรายละเอียดเฉพาะส่วนได้อีกด้วย  รูปแบบของรายงานอ่านง่าย สามารถดึงออกมาเป็น Excel ที่สามารถฟิลเตอร์ข้อมูลในส่วนที่ต้องการและนำออกมาใช้ได้สะดวก ให้คุณสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปต่อยอดด้านการตลาดเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจให้เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ   2.   บริการ Offline Payment จาก GHL สำหรับเจ้าของร้านค้าหรือธุรกิจที่สงสัยว่าในส่วนของ Offline Payment จาก GHL เรามีบริการอะไรบ้าง และครอบคลุมบริการอย่างไรบ้าง สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้   ซึ่งในส่วนของ Offline Payment นั้น  GHL เรียกได้ว่าเป็นผู้นำด้านการให้บริการเรื่องการรับชำระเงินในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยมีบริการที่ครอบคลุมหลากหลายสำหรับประเภทธุรกิจแบบต่างๆ ดังนี้   ·    เครื่องรูดบัตร EDC All in One รับได้ทุกประเภทการจ่ายในเครื่องเดียว จุดที่ทำให้ GHL เราโดดเด่นในการให้บริการการรับชำระเงินบนเครื่องรูดบัตร (EDC) คือ ความครบครันที่รองรับการชำระเงินได้ทุกรูปแบบทั้งบัตรเดบิต บัตรเครดิตประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตร Visa, Mastercard, Union Pay, JCB, American Express, รวมทั้ง QR Payment จากแอปพลิเคชันธนาคารและกระเป๋าเงินออนไลน์ (E-Wallet) ทั้งในประเทศอย่าง TrueMoney, Shopee Pay, Line Pay และต่างประเทศ เช่น Alipay และ Alipay+  นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับการผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตของธนาคารได้ถึง 6 ธนาคารหลัก ทำให้ร้านค้าประหยัดทั้งเวลาและพื้นที่ในการวางเครื่อง  สะดวกและปลอดภัย จบทุกการรับชำระในเครื่องเดียว ·    GHL Line Official Account  เพื่อรองรับการชำระเงินแบบสแกน QR ที่มีผู้ใช้เป็นจำนวนมากในปัจจุบันนี้  และเพื่อให้ร้านค้าทุกประเภทรวมทั้งร้านค้ารายย่อยสามารถรับดิจิทัล เพย์เมนท์ได้   GHL จึงได้พัฒนาระบบรับชำระเงินรูปแบบ QR บน  Line แอปพลิเคชัน ร้านค้าที่มีขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการเพิ่มโอกาสการขายก็สามารถรองรับการชำระเงินแบบดิจิทัลได้หลายรูปแบบโดยใช้โทรศัพท์มือถือของร้านค้าในการรับชำระเงิน  ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงเพิ่ม GHL เป็นเพื่อน แล้วลงทะเบียนเพื่อเปิดระบบรับชำระได้ทันที ซึ่งมีช่องทางรับชำระมากมาย ไม่ว่าจะเป็น QR บัตรเครดิต, Thai QR (พร้อมเพย์), TrueMoney, Shopee Pay, Line Pay, Alipay และ Alipay+ เป็นต้น   ·    Smart API Solutions ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องรูดบัตรและการชำระเงินผ่าน GHL Line Official Account เท่านั้น  GHL เรายังมีบริการเชื่อมต่อ Payment ผ่าน API กับเครื่องบันทึกการขาย POS และเครื่องอัตโนมัติต่างๆ  ที่จะช่วยให้การชำระเงินนั้นง่ายขึ้น เช่น o   เครื่องบันทึกการขายหน้าร้าน (Retails POS) o   ตู้กดน้ำ หรือตู้กดอาหารอัตโนมัติ (Vending Machine) o   เครื่องบริการสั่งอาหารและเครื่องดื่มด้วยตัวเอง (Self Service Kiosk) o   ระบบคิดเงินลานจอดรถอัตโนมัติ (Auto Parking Payment)   เลือกใช้บริการกับ GHL ที่นี่เราพร้อมมอบการดูแลทุกเรื่องของธุรกรรมทางการเงินให้ครบจบในที่เดียว และนี่ก็คือบริการธุรกรรมทางการเงินจาก GHL ที่เราได้รวมมาฝากและให้คุณได้รู้จักเรามากขึ้น ซึ่งหากมีบริการไหนที่ตอบโจทย์ ตรงใจ และสามารถเข้าไปช่วยให้ธุรกิจหรือร้านค้าของคุณซื้อง่ายขายคล่องได้มากขึ้น สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทาง”จีซ่า” แชทบอทบนหน้าเว็บไซต์ GHL หรือ ติดต่อฝ่ายบริการร้านค้า โทร. 0-2440-0111   

4 Jul 2024

รวมบริการธุรกรรมการเงินจาก GHL มีอะไรบ้างที่คุณควรรู้

ตั้งแต่ปี 1994 ที่ GHL ได้พัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ต้องการใช้บริการด้านธุรกรรมทางการเงินมาโดยตลอด และในปัจจุบัน GHL ยังคงเป็นผู้นำด้านการให้บริการเรื่องการรับชำระเงินในภูมิภาคอาเซียน  อีกทั้งยังเป็นผู้ให้บริการและพัฒนาระบบรับชำระเงินระดับโลก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS Level 1  ซึ่งเป็นมาตราฐานสากลขั้นสูงสุดด้านความปลอดภัยข้อมูลบัตรชำระเงิน และสามารถรองรับระบบรับชำระเงินที่ครอบคลุมและหลากหลายช่องทาง ซึ่งในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับบริการของ GHL ให้มากขึ้นว่า มีบริการอะไรบ้าง และบริหารไหนตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ เรารวมมาให้คุณแล้วที่นี่   รวมบริการระบบรับชำระจาก GHL ที่พร้อมให้บริการรับชำระเงินที่ครอบคลุมทุกช่องทาง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้   1.   บริการ Online Payment หรือ E-Payment Gateway จาก GHL เป็นบริการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการชำระเงินบนช่องทางออนไลน์ให้กับธุรกิจต่างๆ เช่น ร้านอาหารออนไลน์ เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ เว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วคอนเสิร์ต และเว็บไซต์ E-commerce ต่างๆ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลาง ซึ่งที่ GHL มีบริการด้าน Online Payment ที่มีหลากหลายฟีเจอร์และรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน ดังนี้   ·    การเชื่อมต่อระบบ Payment Gateway  กับ หน้าเว็บไซต์ของร้านค้า o    Server To Server เป็นบริการเชื่อมต่อหน้าการชำระเงินของร้านค้าที่ได้รับการรับรองมาตราฐานสากล PCI-DSS โดยร้านค้าสามารถดีไซน์หน้าเพจรับชำระเงินเองได้แล้วเชื่อมต่อกับระบบ payment gateway ของ GHL o    HOSTED PAYMENT PAGE เป็นบริการสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มี PCI-DSS  ก็สามารถรับชำระเงินออนไลน์ได้ โดยร้านค้าสามารถเชื่อมต่อกับระบบรับชำระเงินของ GHL และใช้หน้าเพจรับชำระเงินของของ GHL เพื่อรับชำระเงินได้ทันที ซึ่งเป็นหน้าเพจที่ใช้งานง่ายและรองรับการชำระเงินได้หลายรูปแบบ   ·    การเชื่อมต่อระบบ Payment Gateway กับ แอปพลิเคชันของร้านค้า สำหรับร้านค้าที่มีแอปพลิเคชันเป็นช่องทางการขาย ก็สามารถเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินของ GHL ได้เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าและชำระเงินได้ทันที สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย ·    การชำระเงินแบบกำหนดเวลา Scheduled Payment o    Recurring บริการเรียกชำระเงินตามรอบ ซึ่งจะรับชำระเงินได้โดยการตัดบัตรเครดิต หรือผ่านบัญชีเงินฝากประเภทต่างๆ เหมาะกับร้านค้าที่ต้องเรียกเก็บเงินจากลูกค้าเป็นประจำทุกๆ เดือน o    Installment บริการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต สำหรับร้านค้าและธุรกิจที่ต้องการให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระสินค้าผ่านบัตรเครดิต โดยสามารถกำหนดระยะเวลาในการผ่อนชำระได้   ·    Payment Link Service บริการสร้างและส่งลิงก์เพื่อรับชำระเงิน  บริการสร้าง payment link และส่งให้ลูกค้าทางช่องทางต่างๆ เช่น email หรือ ไลน์แชท เพื่อให้ลูกค้าคลิกชำระเงินได้ทันที เหมาะสำหรับร้านค้าที่ไม่มีหน้าเพจเวบไซด์ ก็สามารถรับชำระเงินออนไลน์ได้  และยังสามารถตั้งเวลาในการส่ง link รับชำระเงินไปยังอีเมลของลูกค้าหลายๆเมลพร้อมกันได้อีกด้วย ·    Buy Now Button บริการสร้างปุ่มชำระเงินด่วน เป็นการสร้างปุ่มสั่งซื้อสินค้า โดยเมื่อลูกค้ากดปุ่ม ระบบจะพาไปยังหน้าชำระเงินทันที เหมาะสำหรับร้านค้าที่มีสินค้าชิ้นเดียวที่ไม่จำเป็นต้องสร้างตะกร้าสินค้า หรือ ร้านค้าที่มีสินค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษที่ต้องการกระตุ้นการซื้อทันที   ·    Dashboard รายงานพร้อมวิเคราะห์ข้อมูล ร้านค้าสามารถล็อกอินเข้าดูข้อมูลรายการรับชำระเงิน (Transaction Report) และสถิติต่างๆ เชิงลึกแบบเรียลไทม์ และย้อนหลังได้  โดยระบบหลังบ้านนี้สามารถตั้งค่าให้แต่ละ user เข้ามาดูรายละเอียดเฉพาะส่วนได้อีกด้วย  รูปแบบของรายงานอ่านง่าย สามารถดึงออกมาเป็น Excel ที่สามารถฟิลเตอร์ข้อมูลในส่วนที่ต้องการและนำออกมาใช้ได้สะดวก ให้คุณสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปต่อยอดด้านการตลาดเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจให้เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ   2.   บริการ Offline Payment จาก GHL สำหรับเจ้าของร้านค้าหรือธุรกิจที่สงสัยว่าในส่วนของ Offline Payment จาก GHL เรามีบริการอะไรบ้าง และครอบคลุมบริการอย่างไรบ้าง สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้   ซึ่งในส่วนของ Offline Payment นั้น  GHL เรียกได้ว่าเป็นผู้นำด้านการให้บริการเรื่องการรับชำระเงินในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยมีบริการที่ครอบคลุมหลากหลายสำหรับประเภทธุรกิจแบบต่างๆ ดังนี้   ·    เครื่องรูดบัตร EDC All in One รับได้ทุกประเภทการจ่ายในเครื่องเดียว จุดที่ทำให้ GHL เราโดดเด่นในการให้บริการการรับชำระเงินบนเครื่องรูดบัตร (EDC) คือ ความครบครันที่รองรับการชำระเงินได้ทุกรูปแบบทั้งบัตรเดบิต บัตรเครดิตประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตร Visa, Mastercard, Union Pay, JCB, American Express, รวมทั้ง QR Payment จากแอปพลิเคชันธนาคารและกระเป๋าเงินออนไลน์ (E-Wallet) ทั้งในประเทศอย่าง TrueMoney, Shopee Pay, Line Pay และต่างประเทศ เช่น Alipay และ Alipay+  นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับการผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตของธนาคารได้ถึง 6 ธนาคารหลัก ทำให้ร้านค้าประหยัดทั้งเวลาและพื้นที่ในการวางเครื่อง  สะดวกและปลอดภัย จบทุกการรับชำระในเครื่องเดียว ·    GHL Line Official Account  เพื่อรองรับการชำระเงินแบบสแกน QR ที่มีผู้ใช้เป็นจำนวนมากในปัจจุบันนี้  และเพื่อให้ร้านค้าทุกประเภทรวมทั้งร้านค้ารายย่อยสามารถรับดิจิทัล เพย์เมนท์ได้   GHL จึงได้พัฒนาระบบรับชำระเงินรูปแบบ QR บน  Line แอปพลิเคชัน ร้านค้าที่มีขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการเพิ่มโอกาสการขายก็สามารถรองรับการชำระเงินแบบดิจิทัลได้หลายรูปแบบโดยใช้โทรศัพท์มือถือของร้านค้าในการรับชำระเงิน  ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงเพิ่ม GHL เป็นเพื่อน แล้วลงทะเบียนเพื่อเปิดระบบรับชำระได้ทันที ซึ่งมีช่องทางรับชำระมากมาย ไม่ว่าจะเป็น QR บัตรเครดิต, Thai QR (พร้อมเพย์), TrueMoney, Shopee Pay, Line Pay, Alipay และ Alipay+ เป็นต้น   ·    Smart API Solutions ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องรูดบัตรและการชำระเงินผ่าน GHL Line Official Account เท่านั้น  GHL เรายังมีบริการเชื่อมต่อ Payment ผ่าน API กับเครื่องบันทึกการขาย POS และเครื่องอัตโนมัติต่างๆ  ที่จะช่วยให้การชำระเงินนั้นง่ายขึ้น เช่น o   เครื่องบันทึกการขายหน้าร้าน (Retails POS) o   ตู้กดน้ำ หรือตู้กดอาหารอัตโนมัติ (Vending Machine) o   เครื่องบริการสั่งอาหารและเครื่องดื่มด้วยตัวเอง (Self Service Kiosk) o   ระบบคิดเงินลานจอดรถอัตโนมัติ (Auto Parking Payment)   เลือกใช้บริการกับ GHL ที่นี่เราพร้อมมอบการดูแลทุกเรื่องของธุรกรรมทางการเงินให้ครบจบในที่เดียว และนี่ก็คือบริการธุรกรรมทางการเงินจาก GHL ที่เราได้รวมมาฝากและให้คุณได้รู้จักเรามากขึ้น ซึ่งหากมีบริการไหนที่ตอบโจทย์ ตรงใจ และสามารถเข้าไปช่วยให้ธุรกิจหรือร้านค้าของคุณซื้อง่ายขายคล่องได้มากขึ้น สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทาง”จีซ่า” แชทบอทบนหน้าเว็บไซต์ GHL หรือ ติดต่อฝ่ายบริการร้านค้า โทร. 0-2440-0111   

2 Jul 2024

ทำความรู้จัก GHL ผู้นำบริการระบบชำระเงินมาแรงระดับอาเซียน

จุดเริ่มต้นของ GHL Group ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน (Payment) ระดับชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1994 จากความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการขนาดเล็ก โดยการพัฒนาและออกแบบระบบชำระเงิน (Payment) ให้พร้อมรองรับการเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินได้อย่างหลากหลาย หากถามว่า GHL คือใคร บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ GHL ให้มากขึ้น GHL คือใคร ให้บริการอะไรบ้าง ?GHL คือ ผู้นำด้านการชำระเงินในภูมิภาคอาเซียนที่ให้บริการเกี่ยวกับระบบรับชำระเงินแบบครบวงจร ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ และยังสามารถรองรับช่องทางการชำระเงินได้ครอบคลุมและหลากหลายช่องทาง ดังนี้ เครื่องรูดบัตร EDC (Electronic Data Capture): เครื่องรูดบัตรที่สามารถรองรับการรับชำระเงินได้หลากหลาย เช่น การชำระเงินผ่านบัตรเครติด ทั้งการรูดชำระแบบเต็มจำนวน และแบบแบ่งชำระ, การชำระเงินด้วย QR Code ไม่ว่าจะเป็น Thai QR (พร้อมเพย์), e-Wallet ต่างๆ ทั้งที่เป็น wallet ในประเทศและระหว่างประเทศ (Cross-Border Wallet) ระบบรับชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway): ระบบรับชำระเงินที่รองรับการชำระเงินแบบออนไลน์ อาทิเช่น การชำระเงินด้วยบัตรเดบิต, บัตรเครดิต, Internet Banking, ThaiQR (พร้อมเพย์), e-Wallet ต่างๆ และ O2O (Online-to-Offline) ระบบรับชำระเงินผ่าน GHL Line Official Account: ช่องทางการรับชำระเงินด้วยการสแกน QR Code  สำหรับผู้ประกอบการ ร้านค้าที่ต้องการใช้โทรศัพท์รับชำระเงิน เพื่อความสะดวกสบายและรวดเร็ว GHL Group ให้บริการครอบคลุม 6 ประเทศ GHL  ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจแถวหน้าและร้านค้าชั้นนำในระดับภูมิภาคอาเซียน  เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และไทย  ในการใช้ระบบชำระเงินแบบครบวงจรและบริการเครื่องรูดบัตร EDC GHL ตัวช่วยสนับสนุนธุรกิจที่ปลอดภัยสำหรับคุณ ร้านค้าขนาดใหญ่: ร้านค้าที่ต้องการเพิ่มช่องทางการชำระเงิน ให้ครอบคลุมทุกรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วยบัตรเครดิต  QR พร้อมเพย์ รวมทั้ง e-Wallet ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ร้านค้าขนาดเล็ก: สามารถสมัครใช้บริการ GHL Line Official Account แล้วใช้โทรศัพท์ในการรับชำระเงิน โดยรองรับการชำระเงินด้วย QR และ e-wallets ทุกประเภท รวมทั้ง QR บัตรเครดิต ทำให้ไม่พลาดทุกการรับชำระ ร้านค้าออนไลน์: ร้านค้าที่ต้องการเพิ่มโอกาสชำระเงินแบบออนไลน์ด้วยระบบ Payment Gateway ของ GHL ที่ปลอดภัย ใช้งานง่ายในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งยังสามารถตรวจสอบข้อมูลการชำระได้แบบเรียลไทม์ และได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS Level 1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยของข้อมูลบัตรชำระเงิน เพื่อช่วยป้องกันการละเมิดข้อมูลบัตรเครดิต นอกจากนี้ GHL ยังเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำด้านการให้บริการรับชำระเงินที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ทำให้ปัจจุบัน GHL ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าชั้นนำ และร้านค้ารายย่อยในหลากหลายประเภทธุรกิจ  นอกจากนี้  GHL ยังมีทีมงานบริการร้านค้าที่จะคอยให้บริการช่วยเหลือร้านค้าเกี่ยวกับการใช้งานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คุณได้มั่นใจในทุกการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงสนใจบริการเครื่องรูดบัตร GHL สามารถพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้ โทร. 0-2440-0111   คลิก https://th.nttdatapay.com/contact 

2 Jul 2024

ทำความรู้จัก GHL ผู้นำบริการระบบชำระเงินมาแรงระดับอาเซียน

จุดเริ่มต้นของ GHL Group ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน (Payment) ระดับชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1994 จากความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการขนาดเล็ก โดยการพัฒนาและออกแบบระบบชำระเงิน (Payment) ให้พร้อมรองรับการเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินได้อย่างหลากหลาย หากถามว่า GHL คือใคร บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ GHL ให้มากขึ้น GHL คือใคร ให้บริการอะไรบ้าง ?GHL คือ ผู้นำด้านการชำระเงินในภูมิภาคอาเซียนที่ให้บริการเกี่ยวกับระบบรับชำระเงินแบบครบวงจร ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ และยังสามารถรองรับช่องทางการชำระเงินได้ครอบคลุมและหลากหลายช่องทาง ดังนี้ เครื่องรูดบัตร EDC (Electronic Data Capture): เครื่องรูดบัตรที่สามารถรองรับการรับชำระเงินได้หลากหลาย เช่น การชำระเงินผ่านบัตรเครติด ทั้งการรูดชำระแบบเต็มจำนวน และแบบแบ่งชำระ, การชำระเงินด้วย QR Code ไม่ว่าจะเป็น Thai QR (พร้อมเพย์), e-Wallet ต่างๆ ทั้งที่เป็น wallet ในประเทศและระหว่างประเทศ (Cross-Border Wallet) ระบบรับชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway): ระบบรับชำระเงินที่รองรับการชำระเงินแบบออนไลน์ อาทิเช่น การชำระเงินด้วยบัตรเดบิต, บัตรเครดิต, Internet Banking, ThaiQR (พร้อมเพย์), e-Wallet ต่างๆ และ O2O (Online-to-Offline) ระบบรับชำระเงินผ่าน GHL Line Official Account: ช่องทางการรับชำระเงินด้วยการสแกน QR Code  สำหรับผู้ประกอบการ ร้านค้าที่ต้องการใช้โทรศัพท์รับชำระเงิน เพื่อความสะดวกสบายและรวดเร็ว GHL Group ให้บริการครอบคลุม 6 ประเทศ GHL  ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจแถวหน้าและร้านค้าชั้นนำในระดับภูมิภาคอาเซียน  เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และไทย  ในการใช้ระบบชำระเงินแบบครบวงจรและบริการเครื่องรูดบัตร EDC GHL ตัวช่วยสนับสนุนธุรกิจที่ปลอดภัยสำหรับคุณ ร้านค้าขนาดใหญ่: ร้านค้าที่ต้องการเพิ่มช่องทางการชำระเงิน ให้ครอบคลุมทุกรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วยบัตรเครดิต  QR พร้อมเพย์ รวมทั้ง e-Wallet ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ร้านค้าขนาดเล็ก: สามารถสมัครใช้บริการ GHL Line Official Account แล้วใช้โทรศัพท์ในการรับชำระเงิน โดยรองรับการชำระเงินด้วย QR และ e-wallets ทุกประเภท รวมทั้ง QR บัตรเครดิต ทำให้ไม่พลาดทุกการรับชำระ ร้านค้าออนไลน์: ร้านค้าที่ต้องการเพิ่มโอกาสชำระเงินแบบออนไลน์ด้วยระบบ Payment Gateway ของ GHL ที่ปลอดภัย ใช้งานง่ายในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งยังสามารถตรวจสอบข้อมูลการชำระได้แบบเรียลไทม์ และได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS Level 1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยของข้อมูลบัตรชำระเงิน เพื่อช่วยป้องกันการละเมิดข้อมูลบัตรเครดิต นอกจากนี้ GHL ยังเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำด้านการให้บริการรับชำระเงินที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ทำให้ปัจจุบัน GHL ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าชั้นนำ และร้านค้ารายย่อยในหลากหลายประเภทธุรกิจ  นอกจากนี้  GHL ยังมีทีมงานบริการร้านค้าที่จะคอยให้บริการช่วยเหลือร้านค้าเกี่ยวกับการใช้งานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คุณได้มั่นใจในทุกการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงสนใจบริการเครื่องรูดบัตร GHL สามารถพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้ โทร. 0-2440-0111   คลิก https://th.nttdatapay.com/contact 

25 Apr 2024

GHL ผู้นำระบบเพย์เมนต์ระดับภูมิภาค จับมือ UOB เสริมแกร่งด้านดิจิทัลเพย์เมนต์

การจับจ่ายที่สะดวกสบายอย่างทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ผ่านเครื่องรูดบัตร EDC ล้วนมีเบื้องหลังสำคัญจากผู้ให้บริการชำระเงิน ซึ่ง “GHL” ถือเป็นผู้นำระบบเพย์เมนต์ระดับภูมิภาคอาเซียน ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศมาเลเซีย โดยปีนี้นับเป็นการครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้ง GHL Group ซึ่งนอกจากมาเลเซียแล้ว ยังขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 17 ปีแล้วคุณปริญญา จินันทุยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอชแอล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ธุรกิจเพย์เมนต์มีการพัฒนาและมีความก้าวหน้าตลอดเวลา ซึ่ง GHL ประเทศไทยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี และทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่ในฐานะผู้นำระบบเพย์เมนต์ระดับภูมิภาค จนเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินทั้งแบบออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ และการรับชำระผ่านเครื่องรูดบัตร EDC แบบครบวงจร รวมถึงเป็นตัวแทนจำหน่ายและให้เช่าเครื่องรูดบัตร EDC ให้กับกลุ่มลูกค้าองค์กรอย่างธนาคารและบริษัทพันธมิตรต่างๆ รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมหรือโซลูชันต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้าการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทำให้วันนี้เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL เป็นเครื่องรับชำระเงินแบบ All-In-One ที่รองรับการรับชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตวีซ่า มาสเตอร์คาร์ด ยูเนี่ยนเพย์ เจซีบี อเมริกันเอ็กซเพรส นอกจากนี้ยังรองรับการชำระเงินในรูปแบบคิวอาร์โค้ดและอีวอลเล็ตต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น พร้อมเพย์ (Thai QR), ทรูมันนี่ วอลเล็ต, ไลน์เพย์, ช้อปปี้เพย์, ลาซาด้าเพย์, อาลีเพย์, อาลีเพย์พลัส เพื่อรองรับการรับชำระเงินจากอีวอลเล็ตของต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ เพื่อตอบโจทย์ให้กลุ่มธุรกิจร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มโรงแรมและการบริการต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวให้สามารถรองรับดิจิทัลเพย์เมนต์ที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีจุดบริการร้านค้าที่รับบัตรมากกว่า 10,000 ร้านค้าในปีที่ผ่านมา นอกจากการพัฒนาการรับชำระด้วยคิวอาร์และอีวอลเล็ตต่างๆ ให้อยู่บน GHL LINE Official Account สำหรับร้านค้ารายย่อยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องรูดบัตร EDC แล้ว GHL ยังได้สร้างความแตกต่างด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องรูดบัตร EDC All-In-One โดยสามารถรองรับการรูดแบบผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตได้ถึง 6 ธนาคารผู้ออกบัตรไว้ในเครื่องเดียว เพื่อลดความยุ่งยากในการติดต่อและวางเครื่องของแต่ละธนาคารแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และยังเป็นปีสำคัญของการจับมือกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่อย่างธนาคารยูโอบีเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจภายใต้ ยูโอบี บิซสมาร์ท (UOB BizSmart) ซึ่งเป็นการนำโซลูชันการจัดการธุรกิจต่างๆ ที่ทางธนาคารได้คัดสรรมาจากพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อนำมาช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พร้อมปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมไร้เงินสด” คุณสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Head of Business Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารยูโอบีมองหาพาร์ทเนอร์ที่สามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งธุรกิจและผู้บริโภคได้ และเห็นว่า GHL เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการรับชำระเงินในภูมิภาคอาเซียน ที่นำเสนอบริการการรับชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตรแบบ All-In-One ที่มีมาตรฐานในระดับโลก น่าเชื่อถือ และสามารถรองรับการชำระเงินได้อย่างหลากหลายครอบคลุม ทั้งจากบัตรเครดิต บัตรเดบิต คิวอาร์ รวมถึงการชำระจากอีวอลเล็ตชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ และยังมีทีมงานมืออาชีพที่ช่วยดูแลกระบวนการอนุมัติและติดตั้งเครื่องรับบัตร รวมถึงบริการหลังการขายให้กับลูกค้าของยูโอบี ธนาคารจึงมีความมั่นใจในการนำโซลูชันของ GHL มาเป็นหนึ่งในโซลูชันของ UOB BizSmart เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถบริหารธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าหลักที่ธนาคารเข้าไปแนะนำบริการของ GHL ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแบบ B2C (Business-to-Consumer) ที่มีหน้าร้าน และมีการรับชำระเงินสดอยู่เป็นประจำ เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิกเสริมความงาม สปา ร้านค้าปลีก โรงแรม และร้านค้าตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ  มีความต้องการช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย ดังนั้น การมีโซลูชันที่รองรับการชำระเงินที่หลากหลายแบบ All-In-One ในเครื่องเดียวอย่าง GHL จึงช่วยให้ร้านค้าสามารถรองรับรูปแบบการชำระเงินตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่เสียโอกาสในการขายสินค้า รวมถึงช่วยลดการรับเงินสดที่มีต้นทุนในการบริหารจัดการและความเสี่ยงที่สูงกว่า ยกระดับภาพลักษณ์และการสร้างความเชื่อมั่นกับร้านค้าที่ได้รับเครื่องผ่านการพิจารณาจากทางธนาคาร “ผู้ประกอบการเจ้าของร้านที่ได้รับการติดตั้งเครื่องรูดบัตรของ GHL มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อำนวยความสะดวกในการรับชำระเงินให้แก่ลูกค้าที่เข้ารับบริการ และปรับปรุงการทำงานของระบบหลังบ้าน ทำให้ธุรกิจสามารถตรวจสอบยอดรายรับได้สะดวก ลดการผิดพลาดในการชำระค่าบริการและมีความปลอดภัย” คุณสยุมรัตน์ กล่าว จากผลตอบรับที่ดีดังกล่าว แน่นอนว่าทั้ง GHL และธนาคารยูโอบี ยังคงเดินหน้าร่วมมือกันสนับสนุนผู้ประกอบการในมิติต่างๆ ต่อไปในอนาคต โดยนอกเหนือจากให้บริการรับชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตรแล้ว ทางธนาคารยังมีแผนที่จะนำโซลูชันการรับชำระเงินผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช้เครื่องรูดบัตร เช่น การรับชำระเงินผ่าน Payment Gateway สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, การชำระเงินผ่าน QR Payment ที่ถูกสร้างขึ้นผ่าน LINE Official Account ซึ่งจะเหมาะกับร้านค้าที่เน้นการรับเงินผ่านคิวอาร์เป็นหลัก ในส่วนของเครื่องรูดบัตร ทาง GHL อยู่ในระหว่างการนำนวัตกรรมใหม่ Digital Sales Slip ผ่านการสแกน QR Code มาใช้ในการออกใบเสร็จ เพื่อลดการใช้งานในรูปแบบกระดาษ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Digital Transformation ของทางยูโอบี ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีส่วนร่วมในการลดการเกิดขยะ ลดการสะสมการตกค้างของสารเคมีสู่สิ่งแวดล้อม  และเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่ภาคธุรกิจต้องเข้าใจถึงการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน สุดท้ายนี้ คุณปริญญา ย้ำถึงการทำงานในปีนี้ว่า “GHL ยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมรูปแบบการรับชำระเงินใหม่ๆ ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และในเครื่องรูดบัตร EDC All-In-One โดยเฉพาะในเครื่องรูดบัตร EDC มีแผนที่จะก้าวเข้าสู่การบริการดิจิทัลเต็มรูปแบบที่มากกว่าแค่การรับชำระเงิน ด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เจ้าของร้านค้า ในการช่วยบริหารจัดการ เช่น การพัฒนารวมเอาระบบขายหน้าร้าน (POS System) และระบบรับชำระเงินไว้ในเครื่องเดียว เพิ่มเติมระบบ CRM ในการสะสมคะแนนและสามารถใช้คะแนนเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้ หรือระบบสั่งอาหารผ่านคิวอาร์โค้ดที่เชื่อมต่อกับระบบชำระเงิน ตอกย้ำจุดเด่น เครื่องรูดบัตร EDC All-In-One ที่รวบรวมทั้งระบบช่วยในการขายและรับชำระเงินได้ทุกรูปแบบในเครื่องเดียว ซึ่งคาดการณ์ว่าผลประกอบการ GHL ประเทศไทยจะเติบโตกว่า 100% ในปี 2567 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นับเป็นการเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้า พาร์ทเนอร์ และซัพพลายเชนในอีโคซิสเต็ม” Article and photo credits: BrandAge Magazine   Source: https://brandage.com/article/38546

25 Apr 2024

GHL ผู้นำระบบเพย์เมนต์ระดับภูมิภาค จับมือ UOB เสริมแกร่งด้านดิจิทัลเพย์เมนต์

การจับจ่ายที่สะดวกสบายอย่างทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ผ่านเครื่องรูดบัตร EDC ล้วนมีเบื้องหลังสำคัญจากผู้ให้บริการชำระเงิน ซึ่ง “GHL” ถือเป็นผู้นำระบบเพย์เมนต์ระดับภูมิภาคอาเซียน ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศมาเลเซีย โดยปีนี้นับเป็นการครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้ง GHL Group ซึ่งนอกจากมาเลเซียแล้ว ยังขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 17 ปีแล้วคุณปริญญา จินันทุยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอชแอล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ธุรกิจเพย์เมนต์มีการพัฒนาและมีความก้าวหน้าตลอดเวลา ซึ่ง GHL ประเทศไทยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี และทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่ในฐานะผู้นำระบบเพย์เมนต์ระดับภูมิภาค จนเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินทั้งแบบออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ และการรับชำระผ่านเครื่องรูดบัตร EDC แบบครบวงจร รวมถึงเป็นตัวแทนจำหน่ายและให้เช่าเครื่องรูดบัตร EDC ให้กับกลุ่มลูกค้าองค์กรอย่างธนาคารและบริษัทพันธมิตรต่างๆ รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมหรือโซลูชันต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้าการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทำให้วันนี้เครื่องรูดบัตร EDC ของ GHL เป็นเครื่องรับชำระเงินแบบ All-In-One ที่รองรับการรับชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตวีซ่า มาสเตอร์คาร์ด ยูเนี่ยนเพย์ เจซีบี อเมริกันเอ็กซเพรส นอกจากนี้ยังรองรับการชำระเงินในรูปแบบคิวอาร์โค้ดและอีวอลเล็ตต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น พร้อมเพย์ (Thai QR), ทรูมันนี่ วอลเล็ต, ไลน์เพย์, ช้อปปี้เพย์, ลาซาด้าเพย์, อาลีเพย์, อาลีเพย์พลัส เพื่อรองรับการรับชำระเงินจากอีวอลเล็ตของต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ เพื่อตอบโจทย์ให้กลุ่มธุรกิจร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มโรงแรมและการบริการต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวให้สามารถรองรับดิจิทัลเพย์เมนต์ที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีจุดบริการร้านค้าที่รับบัตรมากกว่า 10,000 ร้านค้าในปีที่ผ่านมา นอกจากการพัฒนาการรับชำระด้วยคิวอาร์และอีวอลเล็ตต่างๆ ให้อยู่บน GHL LINE Official Account สำหรับร้านค้ารายย่อยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องรูดบัตร EDC แล้ว GHL ยังได้สร้างความแตกต่างด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องรูดบัตร EDC All-In-One โดยสามารถรองรับการรูดแบบผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตได้ถึง 6 ธนาคารผู้ออกบัตรไว้ในเครื่องเดียว เพื่อลดความยุ่งยากในการติดต่อและวางเครื่องของแต่ละธนาคารแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และยังเป็นปีสำคัญของการจับมือกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่อย่างธนาคารยูโอบีเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจภายใต้ ยูโอบี บิซสมาร์ท (UOB BizSmart) ซึ่งเป็นการนำโซลูชันการจัดการธุรกิจต่างๆ ที่ทางธนาคารได้คัดสรรมาจากพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อนำมาช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พร้อมปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมไร้เงินสด” คุณสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Head of Business Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารยูโอบีมองหาพาร์ทเนอร์ที่สามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งธุรกิจและผู้บริโภคได้ และเห็นว่า GHL เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการรับชำระเงินในภูมิภาคอาเซียน ที่นำเสนอบริการการรับชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตรแบบ All-In-One ที่มีมาตรฐานในระดับโลก น่าเชื่อถือ และสามารถรองรับการชำระเงินได้อย่างหลากหลายครอบคลุม ทั้งจากบัตรเครดิต บัตรเดบิต คิวอาร์ รวมถึงการชำระจากอีวอลเล็ตชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ และยังมีทีมงานมืออาชีพที่ช่วยดูแลกระบวนการอนุมัติและติดตั้งเครื่องรับบัตร รวมถึงบริการหลังการขายให้กับลูกค้าของยูโอบี ธนาคารจึงมีความมั่นใจในการนำโซลูชันของ GHL มาเป็นหนึ่งในโซลูชันของ UOB BizSmart เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถบริหารธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าหลักที่ธนาคารเข้าไปแนะนำบริการของ GHL ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแบบ B2C (Business-to-Consumer) ที่มีหน้าร้าน และมีการรับชำระเงินสดอยู่เป็นประจำ เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิกเสริมความงาม สปา ร้านค้าปลีก โรงแรม และร้านค้าตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ  มีความต้องการช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย ดังนั้น การมีโซลูชันที่รองรับการชำระเงินที่หลากหลายแบบ All-In-One ในเครื่องเดียวอย่าง GHL จึงช่วยให้ร้านค้าสามารถรองรับรูปแบบการชำระเงินตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่เสียโอกาสในการขายสินค้า รวมถึงช่วยลดการรับเงินสดที่มีต้นทุนในการบริหารจัดการและความเสี่ยงที่สูงกว่า ยกระดับภาพลักษณ์และการสร้างความเชื่อมั่นกับร้านค้าที่ได้รับเครื่องผ่านการพิจารณาจากทางธนาคาร “ผู้ประกอบการเจ้าของร้านที่ได้รับการติดตั้งเครื่องรูดบัตรของ GHL มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อำนวยความสะดวกในการรับชำระเงินให้แก่ลูกค้าที่เข้ารับบริการ และปรับปรุงการทำงานของระบบหลังบ้าน ทำให้ธุรกิจสามารถตรวจสอบยอดรายรับได้สะดวก ลดการผิดพลาดในการชำระค่าบริการและมีความปลอดภัย” คุณสยุมรัตน์ กล่าว จากผลตอบรับที่ดีดังกล่าว แน่นอนว่าทั้ง GHL และธนาคารยูโอบี ยังคงเดินหน้าร่วมมือกันสนับสนุนผู้ประกอบการในมิติต่างๆ ต่อไปในอนาคต โดยนอกเหนือจากให้บริการรับชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตรแล้ว ทางธนาคารยังมีแผนที่จะนำโซลูชันการรับชำระเงินผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช้เครื่องรูดบัตร เช่น การรับชำระเงินผ่าน Payment Gateway สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, การชำระเงินผ่าน QR Payment ที่ถูกสร้างขึ้นผ่าน LINE Official Account ซึ่งจะเหมาะกับร้านค้าที่เน้นการรับเงินผ่านคิวอาร์เป็นหลัก ในส่วนของเครื่องรูดบัตร ทาง GHL อยู่ในระหว่างการนำนวัตกรรมใหม่ Digital Sales Slip ผ่านการสแกน QR Code มาใช้ในการออกใบเสร็จ เพื่อลดการใช้งานในรูปแบบกระดาษ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Digital Transformation ของทางยูโอบี ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีส่วนร่วมในการลดการเกิดขยะ ลดการสะสมการตกค้างของสารเคมีสู่สิ่งแวดล้อม  และเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่ภาคธุรกิจต้องเข้าใจถึงการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน สุดท้ายนี้ คุณปริญญา ย้ำถึงการทำงานในปีนี้ว่า “GHL ยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมรูปแบบการรับชำระเงินใหม่ๆ ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และในเครื่องรูดบัตร EDC All-In-One โดยเฉพาะในเครื่องรูดบัตร EDC มีแผนที่จะก้าวเข้าสู่การบริการดิจิทัลเต็มรูปแบบที่มากกว่าแค่การรับชำระเงิน ด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เจ้าของร้านค้า ในการช่วยบริหารจัดการ เช่น การพัฒนารวมเอาระบบขายหน้าร้าน (POS System) และระบบรับชำระเงินไว้ในเครื่องเดียว เพิ่มเติมระบบ CRM ในการสะสมคะแนนและสามารถใช้คะแนนเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้ หรือระบบสั่งอาหารผ่านคิวอาร์โค้ดที่เชื่อมต่อกับระบบชำระเงิน ตอกย้ำจุดเด่น เครื่องรูดบัตร EDC All-In-One ที่รวบรวมทั้งระบบช่วยในการขายและรับชำระเงินได้ทุกรูปแบบในเครื่องเดียว ซึ่งคาดการณ์ว่าผลประกอบการ GHL ประเทศไทยจะเติบโตกว่า 100% ในปี 2567 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นับเป็นการเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้า พาร์ทเนอร์ และซัพพลายเชนในอีโคซิสเต็ม” Article and photo credits: BrandAge Magazine   Source: https://brandage.com/article/38546